‘ดีพร้อม’ ดันเครื่องหมาย ‘Thailand Textile Tag’ เพิ่มมูลค่า – กระตุ้นผปก.กลุ่มสิ่งทอ

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เส้นใย เส้นด้าย ผ้าผืน ไปจนถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่าในปี 2569 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.นั้น ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวมกว่า 154,591.58 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ทิศทางอุตสาหกรรมสิ่งทอโลกมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุหมุนเวียนและการนำเส้นใยกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น โดย Grand View Research คาดการณ์ว่าตลาดรีไซเคิลสิ่งทอ (Textile-to-textile Recycling) ทั่วโลกจะเติบโตจาก 64,000 ล้านบาท ในปี 2568 เป็น 182,000 ล้านบาท ในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 14.4 ต่อปีในช่วงปี 2569–2576
ขณะที่ข้อมูลจาก Textile Exchange ระบุว่า สัดส่วนการผลิตเส้นใยจากการรีไซเคิลสิ่งทอเก่าให้กลับมาเป็นเส้นใยใหม่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.61 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 0.76 ในปี 2568 แม้ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สะท้อนถึงโอกาสในการพัฒนาระบบรีไซเคิลและการใช้วัสดุหมุนเวียนในอุตสาหกรรม แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ โดยเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นางสาวณัฏฐิญา กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จึงมุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs พัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับ การปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG มาเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าผ่านกิจกรรม Thailand Recycled Textile Tag ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและไลฟ์สไตล์ จำนวน 20 กิจการ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมในการยื่นขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ Thailand Textiles Tag ฉลากเขียว (Green Label) และมาตรฐานด้านก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการขยายตลาดและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน”
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยผ่านเครื่องหมายคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย หรือ Thailand Textiles Tag เพื่อส่งเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย โดยดีพร้อมได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563–2568 ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยตลอดระยะเวลา 6 ปี มีผู้ประกอบการผ่านการรับรองรวม 187 กิจการ ครอบคลุม 328 ผลิตภัณฑ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 180 ล้านบาท สะท้อนถึงบทบาทของการพัฒนามาตรฐาน การยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ
ทั้งนี้ ดีพร้อมได้ส่งมอบการบริหารจัดการเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag ให้แก่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคนิคและการทดสอบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการตรวจประเมินและการรับรองคุณภาพ ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และคำแนะนำด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และขยายโอกาสทางการตลาดได้มากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับทิศทางตลาดและข้อกำหนดด้านความยั่งยืน
สำหรับดีมานด์ต่อผลิตภัณฑ์สิ่งทอยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ข้อมูลสำรวจความคิดเห็นของ SCB EIC Consumer Survey ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยมากถึงร้อยละ 96 ให้ความสนใจในสินค้าที่มีความยั่งยืน และมีผู้บริโภคถึงร้อยละ 90 ที่ระบุว่าเคยซื้อผลิตภัณฑ์ยั่งยืนมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยสถิติที่น่าสนใจเชิงพาณิชย์พบว่าผู้บริโภคร้อยละ 70 มีความยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าที่มีคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม และเมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีการออกแบบเชิงนิเวศ (Eco-design) เช่น สินค้าที่ใช้วัสดุรีไซเคิลหรือสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ พบว่าเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนผู้บริโภคยินดีจ่ายแพงขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 สูงที่สุด ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง และกลุ่มประชากร Gen X รวมไปถึง Baby Boomers คือกลุ่มที่มีความถี่ในการตัดสินใจซื้อสินค้าสิ่งทอยั่งยืนสม่ำเสมอที่สุด
“ดีพร้อมมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยจะผลักดันเครื่องหมาย Thailand Textiles Tag ให้เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเห็นถึงประโยชน์ของการรับรองมาตรฐานและสามารถนำเครื่องหมายไปใช้สื่อสารคุณภาพของผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคและคู่ค้า เพื่อสร้างความแตกต่างให้สินค้าและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

