กทม.รายงานการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้รฟม. ด้านส.ก.หนุนเร่งรัด ช่วยปชช.ลดค่าเดินทาง

สภากทม. รับทราบรายงานการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้รฟม. ‘ส.ก.’ต่างหนุนเร่งรัดเพื่อจะได้ช่วยประชาชนลดค่าเดินทาง
วันที่ 4 พ.ย.69 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่4 ประจำปี2569 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกทม. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ประชุมฝ่ายบริหารได้รายงานความคืบหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ของกทม. ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตามมติคณะรัฐมนตรี
นายชัชชาติ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้มีราคาค่าโดยสารในราคาเดียว เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ขณะที่ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. รายงานความคืบหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ของกทม. ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย 69 ดังนี้ 1. มอบหมายให้กทม.เร่งรัดดำเนินการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ส่วนต่อขยาย และสายสีทอง ทั้งทรัพย์สินและภาระหนี้สินให้ รฟม. ตามขั้นตอนของกฎหมายและเสนอครม.เพื่อทราบ
2. รับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 เห็นชอบการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐรายเดียวเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) ตลอดจนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง รวมถึงรายได้และภาระหนี้สินของโครงการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ปัจจุบันการบริหารจัดการโครงการ กทม.ต้องสนับสนุนงบประมาณจ่ายค่าจ้างเดินรถส่วนต่อที่1 และส่วนต่อที่2 ในส่วนที่ขาด เดือนละ 475 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 5,700 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) จะทำให้รัฐบาลกำหนดค่าโดยสารได้อย่างอิสระ ประชาชนได้รับประโยชน์ค่าโดยสารถูกลง และไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ขณะที่กทม. ลดภาระด้านงบประมาณ สามารถนำงบไปพัฒนาภารกิจอื่น
นายวิศณุ กล่าวต่อว่า จากมติ ครม.ดังกล่าว ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีผู้ว่าฯกทม.ร่วมเป็นคณะกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ 1. คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม และ 2. คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีการประชุมและมีมติเห็นชอบแนวทางการโอนโครงการรถไฟฟ้าฯ โดยมอบหมายรฟม.จัดทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การโอนโครงการให้แล้วเสร็จ และให้กรมการขนส่งทางราง เสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย 2. คณะอนุกรรมการการประเมินมูลค่าหนี้สินและทรัพย์สิน และ 3. คณะอนุกรรมการประสานงานด้านเทคนิคการเดินรถและบริหารจัดการ
ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายได้ประชุม ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ต.ค.69 พิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการโอนโครงการรถไฟฟ้าฯ ซึ่ง รฟม. ต้องรับผิดชอบหลังลงนามบันทึกข้อตกลงฯ แล้ว ดังนี้ 1. รฟม.เป็นผู้รับรายได้ค่าโดยสารและ ส่วนแบ่งรายได้เชิงพาณิชย์ 2. รฟม.เป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมและภาษี ภาระทางการเงิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ หากรฟม.ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และกทม.ได้ชำระค่าใช้จ่ายแทนไปก่อน รฟม.ตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคืนให้ กทม.ภายใน 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจเอ็มโอยู หากผ่านแล้ว จึงจะเอ็มโอยูกับรฟม. ดำเนินการต่อไป
3.การรับโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินและโอนสิทธิอสังหาริมทรัพย์ กำหนดให้หลังจากที่รฟม.ได้ชำระค่าตอบแทนและภาระทางทางการเงินของโครงการแก่กทม.ครบถ้วนตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แสดงความเห็นโดยถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด
ทั้งนี้ บรรดา ส.ก. ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่อยากให้ฝ่ายบริหารเร่งรัดโอนโครงการรถไฟฟ้าฯ เพื่อประชาชนจะได้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ขณะเดียวกันมีความห่วงใยเรื่องเงินสะสมที่ กทม.จ่ายไปก่อนหน้านี้ และงบประมาณปี 70 ที่ตั้งเป็นค่าจ้างเดินรถ ที่ รฟม.จะต้องจ่ายคืนให้กับ กทม.จะเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ เพราะแม้ช่วงวิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมา กทม.ยังต้องจ่ายเงินค่าเยียวยา ร่วมกับรัฐบาล นอกจากนี้ หากรัฐบาล ไม่จัดสรรงบประมาณมาให้กทม. กทม.จะมีแนวทางอย่างไร จึงอยากให้มีความชัดเจนเรื่องกระบวนการ ทั้งกฎหมาย การเงิน และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่า กทม.จะไม่เสียประโยชน์ และขาดประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนากรุงเทพมหานครในอนาคต
อย่างไรก็ตามที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติรับทราบรายงานการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ของกทม. ให้รฟม. ซึ่งเป็นตามมติครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย 69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


