DSI ยื่นฟ้อง 25 ผู้ต้องหา เครือข่ายลักไฟขุดบิตคอยน์ เสียหายกว่า 403 ล้าน

4 พฤศจิกายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 21/2568 จำนวน 17 แฟ้ม 6,924 แผ่น ให้อัยการคดีพิเศษแล้ว กรณี กลุ่มบุคคลลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สร้างความเสียหายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 25 ราย ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
คดีนี้สืบเนื่องจากการดำเนินคดีเครือข่ายของ นายหวัง หยี่เฉิง(Mr. Wang Yicheng) ชาวจีน กับพวกรวม 25 ราย ซึ่งร่วมกันลักลอบใช้ไฟฟ้าของ กฟภ. ประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลโดยดัดแปลงและปรับเปลี่ยนระบบมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อหลบเลี่ยงการวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริง ทำให้ กฟภ. เสียหายรวม 403,978,555.71 บาท จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวลักลอบใช้ไฟฟ้ารวม 4 แห่ง เป็นพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 3 แห่ง และจังหวัดอุทัยธานี 1 แห่ง โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 คณะพนักงานสอบสวนฯ สนธิกำลังเข้าตรวจค้น 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร พบเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัลรวม 1,848 เครื่อง ได้แก่ ตำบลนาดี 430 เครื่อง ตำบลบ้านเกาะ 482 เครื่อง และตำบลท่าทราย 936 เครื่อง จากการตรวจสอบพบความผิดปกติของมิเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง คือไม่มีตราตะกั่วผนึกฝาครอบบริเวณจุดต่อสาย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันการดัดแปลงมิเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และพบการตัดวงจรไฟฟ้าที่เข้ามิเตอร์ทั้งเฟส A และเฟส C ทำให้มิเตอร์ไม่สามารถตรวจวัดการใช้ไฟฟ้าจริงได้ สร้างความเสียหายแก่ กฟภ. 356,892,480 บาท (สามร้อยห้าสิบหกล้านแปดแสนเก้าหมื่นสองพันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน) โดยพบว่ากระทำผิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568
ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขยายผลพบสถานที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี และเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พบเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัล 587 เครื่อง จากการตรวจสอบพบว่าผู้กระทำผิดต่อสายไฟฟ้าจากหัว Bushing ของหม้อแปลงแรงดันสูงโดยไม่ผ่านมิเตอร์ แล้วลากสายลงดินไปยังหม้อแปลงอีกเครื่อง เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องขุดโดยตรง สร้างความเสียหายเพิ่มอีก 47,086,075.71 บาท ในช่วงวันที่ 23 พฤษภาคม ถึง 2 ธันวาคม 2568 เมื่อรวมทั้ง 4 แห่ง ความเสียหายของ กฟภ. อยู่ที่ 403,978,555.71 บาท
จากการสืบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยกลุ่มนายทุนผู้บริหารจัดการ กลุ่มผู้จัดหาหรือเช่าสถานที่ติดตั้งเครื่องขุด กลุ่มผู้ดูแลระบบเหมืองและเปิดบัญชีธนาคารรับเงินจากการกระทำผิด และกลุ่มผู้ถอนเงินสดส่งให้นายทุน หรือนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามคำสั่ง ในส่วนเส้นทางการเงิน พบว่าเงินสกุลดิจิทัลจากการขุดถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนถอนเป็นเงินสดหรือโอนเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อันอาจเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
สำหรับความคืบหน้าด้านคดีอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนและมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาครบทั้ง 25 รายแล้ว ส่วนคดีแพ่ง กฟภ. ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารขอใช้มิเตอร์ของสถานที่เกิดเหตุ โดยเรียกเป็นรายบุคคลในวงเงินหลายสิบล้านบาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองคริปโตหรือบิตคอยน์ โดยเฉพาะการดัดแปลงมิเตอร์และต่อสายไฟโดยไม่ผ่านระบบตรวจวัด ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายแก่รัฐแล้ว ยังเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสะสม และอัคคีภัยที่กระทบชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากประชาชนพบสิ่งผิดปกติ เช่น การใช้ปริมาณมากผิดสังเกต สายไฟหรืออุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือระบบจ่ายไฟผิดปกติ สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

