ปิดฉาก “Herban Era Fest” 2 ครั้ง! DBD - สสว. เดินหน้าภารกิจดัน 50 SMEs สมุนไพรไทย สู่สินค้า Wellness Lifestyle

นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพ หรือ Wellness Economy ในระดับโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งส่งอานิสงส์โดยตรงมายังสมุนไพรไทย โดยมูลค่าการค้าปลีกสมุนไพรทั่วโลกในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 60,589.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 62,788.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องถึง 66,087.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และอาจมีมูลค่าสูงถึง 79,787.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ระหว่างปี 2564–2573 อยู่ที่ร้อยละ 5.50
ในเชิงโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ตลาดค้าปลีกสมุนไพรของประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก และอยู่ในท็อป 5 ของภูมิภาคเอเชีย ครองตำแหน่งอันดับที่ 1 ของภูมิภาคอาเซียน ด้านมูลค่าการส่งออกและตลาดสมุนไพร โดยในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการค้าปลีกสินค้าสมุนไพรในประเทศประมาณ 1,357.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1,453.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 5.20 ถึง 6.50
“บริบทการแข่งขันในอุตสาหกรรมสุขภาพได้ขยายตัวมากกว่าการรักษาโรคแบบดั้งเดิม ไปสู่การเชื่อมโยงสมุนไพรเข้ากับระบบนิเวศสุขภาพอย่างครบวงจร โดยเฉพาะดีมานด์สำคัญทั้งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ความสวยความงาม เทรนด์การออกกำลังกาย ภาคการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ รวมทั้งในกลุ่มสินค้าสร้างสรรค์ และภาครัฐยังมีแนวทางผลักดันสมุนไพรให้เติบโตในหลากหลายโครงการ พร้อมทั้งวางกรอบการพัฒนาสินค้าสมุนไพรให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัย ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ”
นายสถาพร กล่าวเสริมว่า DBD ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดโครงการ ‘Herban Era’ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรไทยให้มีทักษะการสร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยนวัตกรรม และขยายตลาดสู่ช่องทางเชิงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมอบรมเสริมทักษะผู้ประกอบการ พร้อมขยายฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ผ่านการเชื่อมโยงสมุนไพรเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์
ตลอดโครงการมีการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงสมุนไพรเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ได้แก่ Herban Era Run ที่ชวนกันออกมาวิ่งยามเช้า และ Herban Era Move กิจกรรมแอโรบิคแดนซ์ โดยทั้งสองกิจกรรมได้สอดแทรกเรื่องราวและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ในรูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุคนี้มากขึ้น ก่อนต่อยอดมาสู่ ‘Herban Era Fest’ ซึ่งเป็นมาร์เก็ตเพลสและพื้นที่โชว์เคสศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs
สำหรับ ‘Herban Era Fest’ จัดขึ้นรวม 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์จากกว่า 50 แบรนด์ ทั้งกลุ่มสกินแคร์ สปา เครื่องหอม อาหาร และเครื่องดื่ม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการจากแบรนด์ต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้และไอเดียทางธุรกิจ
กิจกรรมดังกล่าวยังนำเสนอ 3 ผู้ประกอบการไฮไลต์ที่สามารถยกระดับพืชและสมุนไพรไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ได้แก่ พท.กานต์สิรี กานต์ธนาทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอนนา เค แอนด์ ที จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ไคน์ด้าเฟล็กซ์ ที่นำความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ KindaFlex สเปรย์สมุนไพรบรรเทาปวดสูตรเย็น กลิ่นลาเวนเดอร์ โดยใช้เทคโนโลยี Nano Encapsulation ผสานคุณค่าไพล เถาวัลย์เปรียง เถาเอ็นอ่อน และเถาโคคลาน พร้อมกลิ่นหอมอโรมาผ่อนคลาย และได้รับรางวัล Premium Herbal Products 2026 จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ
นางสาวอังคณารักษ์ ปิมภิวงค์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์ ฮานาระ นำภูมิปัญญาไทยมาเล่าใหม่ในรูปแบบ Modern Skincare เกิดเป็น Hanara Mineral Moisturizer Spray มอยส์เจอร์ไรเซอร์รูปแบบสเปรย์ที่ฉีดบำรุงได้ทุกที่ทุกเวลา ผสานใบบัวบก (CICA) ข้าวญี่ปุ่น ไฮยาลูรอน และใบชามิเลีย พร้อมชูจุดยืนสกินแคร์รักษ์โลก (Eco-Friendly) ด้วยแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วคุณภาพสูงที่เปิดให้ซื้อถุงเติม (Refill) เพื่อลดขยะอย่างยั่งยืน

ขณะที่นางสาวดาริน แมนสถิตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์แพลนเต้ นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโปรตีนพืช (Plant-based Protein) โดยใช้ Food Tech สกัดสารอาหารจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติ ทั้งถั่วลันเตา ข้าว ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง และเมล็ดทานตะวัน พร้อมยกระดับด้วยสมุนไพรและซูเปอร์ฟู้ด ให้เป็น Functional Drink ที่ดื่มได้ทุกวัน ตอบโจทย์ผู้แพ้นมวัวและสายเฮลท์ตี้
ทั้งนี้ โครงการ ‘Herban Era’ เป็นการผนึกกำลังของ DBD และ สสว. เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรไทย ทั้งด้านทักษะการสร้างแบรนด์ การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยนวัตกรรม และการขยายตลาดสู่ช่องทางเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ และเปลี่ยนภาพจำผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้กลายเป็นไอเทมไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

