ดร.สนธิ ชี้ ต้นเหตุน้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบต เกิดจากภาวะโลกร้อน - แผ่นดินไหวและธารน้ำแข็งถล่ม

วันนี้ 27 สิงหาคม 2569 ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat วิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาลและทิเบต โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "ภาวะโลกร้อน..สึนามิบนภูเขา เกิดเหตุการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาลและทิเบต (ประเทศจีน) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบรผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย160 ราย (โดยพบในฝั่งเนเปาล 157ราย และฝั่งทิเบต/จีน 3 ราย) และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก สาเหตุของภัยพิบัติภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเป็นหลัก แต่เกิดจากปัจจัยทางธรณีวิทยาและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้
1 แผ่นดินไหวและธารน้ำแข็งถล่ม (Ice-Rock Avalanche) ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานธรณีวิทยา ระบุว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาดเล็กในพื้นที่ (ประมาณขนาด 4.4 - 5.2) ส่งผลให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งขนาดมหึมาบนเทือกเขาหิมาลัยแตกตัวและถล่มลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ก้อนน้ำแข็งและหินปริมาณมหาศาลตกลงสู่ก้นหุบเขาและแม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักบริเวณชายแดนเนปาล -ทิเบต จนเกิดดินโคลนถล่มถล่มทับที่ท่าเรือจี๋หลง (Gyirong Port) ในฝั่งทิเบตและเกิดการกระตุ้นให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก(Flash Flood) ซัดเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนนสะพานเชื่อมพรมแดนและโครงการเขื่อนไฟฟ้าในฝั่งเนปาลพังทลายลงในเวลาไม่กี่นาที

2.ผลกระทบมาจากภาวะโลกร้อนโดย นักวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิจัยสภาพภูมิอากาศ ICIMODระบุว่าเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำ ให้ธารน้ำแข็งเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติฉับพลันในลักษณะนี้บ่อยครั้งขึ้นในอนาคต"

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

