หมอสมองเปิดเคสสุดแปลก! ต่างชาติหู วิ้ วิ้ เกือบปี หาหมอ 7 คนไม่พบสาเหตุ สุดท้ายเจอต้นตอที่ คอ-บ่า-กราม?

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า วันนี้ เจอคนไข้ ผู้ชายฝรั่ง มาด้วยอาการเสียงในหู วิ้ วิ้ เรื่อย ๆ คือ ก็คงรำคาญมาก เป็นมานาน ประมาณ เกือบปี ไปหาหมอมา 7 คนครับ ทำทุกอย่าง หมอฟันก็หา ตรวจ TMJ คือ กระดูกกรามก็ไม่เจออะไร MRI brain ก็ไม่เจอ เจอหมอหู ตรวจหูก็ดี หมอสมอง ก็เจอแล้ว คือ หมดปัญญา เครียด จิตตก นั่งเล่นเกมส์ทั้งวัน ให้มันไม่ไปโฟกัสกับเสียง เมียด่า หาว่าเล่นเกมส์เยอะ บอก อจ ว่า นอกจากเสียง วี้ วี้ ยังมีเสียงเมียด่าอีก เขาถามว่า เข้าใจไหมหมอ 555
เอาจริง ๆ วันนี้ เหนื่อย และ มาต้องตรวจฝรั่ง ก็รู้ในบรรดาหมอ ว่า นานนนน
ก็รู้ว่า case อาจจะยากมั้ง
คือ ง่าย ๆ ก็ถามว่า เวลาเสียงในหูดัง วี้ ๆ ตอนทำอะไร ทำไม ดังขึ้น
เค้าบอกว่า เวลา หันคอ เวลาเงยคอ เวลา อ้าปาก มันจะดังขึ้น ราว 40%
เออ แปลก ก็เลยไปกด กล้ามเนื้อ masseter, กด pterygoid กด ท้ายทอย พวก splenius capitis, semispinalis capitis เฮ้ย เสียงในหูดังขึ้น 40-50% แล้ว ก็เลยเฮ้ย เป็น somatosensory tinnitis หรือ somatic tinnitus ครับ
เลยจับฉีดยา Trigger point injection ครับ ปรากฎ อาการดีขึ้น เค้านี่แทบยกมือไหว้เลย เค้าบอก ดีแล้ว ที่ตัดสินใจมา คือ เดือนหน้า อจ ไม่รับ case ใหม่ ด้วยนะ เพราะงานเยอะมาก
เลยมาเล่าให้ฟังละกันครับ เผื่อ น้อง ๆ หมอ หรือ ว่า คนเป็นแบบนี้ นะ
เสียงในหู tinnitus ที่เกิดจาก กล้ามเนื้อคอ บ่า กราม และภาวะ Myofascial Pain Syndrome ได้ ภาวะนี้เรียกว่า Somatosensory Tinnitus หรือ Somatic Tinnitus
กล้ามเนื้อเกี่ยวอะไรกับเสียงในหู?
คือแบบนี้ครับ ระบบการได้ยินของเราไม่ได้ทำงานแยกขาดจากส่วนอื่นของร่างกาย
เส้นประสาทที่รับความรู้สึกจาก คอ กล้ามเนื้อ และข้อต่อบริเวณศีรษะและใบหน้า มีการเชื่อมโยงและสื่อสารกับวงจรประสาทที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน โดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง
เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า หรือกรามตึงเรื้อรัง มี trigger point หรือมีความผิดปกติของข้อต่อและท่าทาง สัญญาณประสาทจากบริเวณเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของวงจรประสาทการได้ยิน
พูดง่าย ๆ คือ
ปัญหาอยู่ที่คอหรือกราม แต่สัญญาณไปรบกวนวงจรที่สมองใช้ประมวลผลเสียง จนสมองรับรู้เป็นเสียงหูอื้อ หรือ หูได้ยินผิดปกติ
จึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่า “หูเสีย” เสมอไป
จะสังเกตได้อย่างไรว่าเสียงอื้ออาจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ?
ลักษณะที่ชวนให้นึกถึง Somatic Tinnitus คือ เสียงในหูสามารถ เปลี่ยนความดังหรือเปลี่ยนลักษณะตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น
หันหรือเอียงคอแล้วเสียงเปลี่ยน
กัดฟันหรือขยับกรามแล้วเสียงดังขึ้น
กดบริเวณกล้ามเนื้อคอ บ่า หรือ trigger point แล้วเสียงเปลี่ยน
มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือกรามร่วมด้วย
อาการมากขึ้นในวันที่นั่งทำงานนาน ท่าทางไม่ดี หรือกล้ามเนื้อตึงมาก
จุดนี้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะหากเราสามารถ “ปรับเสียงในหู” ด้วยการขยับคอหรือกรามได้ แสดงว่าวงจร somatosensory อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ tinnitus ของคนนั้น
แล้วรักษากล้ามเนื้อ หูอื้อจะหายไหม?
ในคนที่มีองค์ประกอบของ Somatic Tinnitus การรักษาปัญหาคอ บ่า หรือกราม อาจช่วยให้อาการหูอื้อลดลงได้
แนวทางอาจประกอบด้วยกายภาพบำบัด การแก้ท่าทาง การยืดและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การฉีด trigger point
รวมถึงการประเมินข้อต่อขากรรไกรหากมีปัญหาร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ tinnitus ทุกคนจะเกิดจากกล้ามเนื้อ และบางคนอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งระบบการได้ยิน ความเครียด การนอน และระบบกล้ามเนื้อ
แปลกไหม
“คอ–กราม–สมอง–ระบบการได้ยิน” มันติดต่อกัน โรคได้ยินผิดปกติ เกิดจากกล้ามเนื้อ พวก office syndrome เฉยครับ
หลัง ๆ เจอแต่ case ยาก ๆ แฮะ น้อง ๆ ก็ส่งมากันจริงจัง แต่เดือนหน้าไม่รับ case นะ ขอ clear ตารางประจำวันก่อน ต้องเดินทางไปหลายที่
ผศ นพ สุรัตน์ ตันประเวช
วิจัย ใต้ post
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

