สถานการณ์ยังวิกฤต! ยอดเหยื่อน้ำท่วมเนปาล-ทิเบตพุ่ง 750 ราย สูญหายกว่า 3,000 ราย

สถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยยังคงน่าเป็นห่วง หลังเกิดธารน้ำแข็งถล่มจนมวลน้ำแข็ง ก้อนหิน โคลน และเศษซากจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านหุบเขาและแม่น้ำ ส่งผลให้พื้นที่ทั้งฝั่งเนปาลและจีนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ทีมกู้ภัยของทั้งสองประเทศกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจำนวนหลายพันคน ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 ส.ค.) และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 750 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 3,000 คน ทั้งสองฝั่งของพรมแดนเนปาล-ทิเบต
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเปิดเผยตัวเลขว่า มีผู้เสียชีวิต 734 ราย สูญหาย 2,498 คน และได้รับการช่วยเหลือแล้ว 7,514 คน ขณะที่ฝั่งจีนมีรายงานผู้เสียชีวิต 16 รายในเขตจีหลง (Gyirong County) และสูญหายอีก 546 คน
นอกจากนี้ ทางการจีนเปิดเผยว่า มีชาวต่างชาติจาก 23 ประเทศ จำนวน 261 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อหรือยืนยันความปลอดภัยได้ในพื้นที่ทิเบต ใกล้กับจุดผ่านแดนสำคัญที่เชื่อมต่อกับเนปาล
ภารกิจกู้ภัยกำลังเผชิญอุปสรรคอย่างหนัก เนื่องจากภูมิประเทศบริเวณเทือกเขาหิมาลัยมีความขรุขระและเข้าถึงได้ยาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ตำรวจท้องถิ่นในเนปาลระบุว่า ประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางส่วนต้องเคลื่อนย้ายขึ้นพื้นที่สูง หลังระดับน้ำใน แม่น้ำตรีชูลี (Trishuli River) เพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอีกครั้ง ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ ปฏิบัติการกู้ภัยถูกระงับหลายครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายและความเสี่ยงจากทะเลสาบที่เกิดขึ้นบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต ซึ่งอาจเอ่อล้นและก่อให้เกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในพื้นที่ฝั่งเนปาล
อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานว่า ทะเลสาบดังกล่าวได้ระบายน้ำออกไปเกือบหมดแล้วในช่วงเย็นวันเสาร์ แต่การตรวจสอบด้วยโดรนกลับพบ ดินถล่มครั้งใหม่ อยู่ห่างจากทะเลสาบไปตามลำน้ำประมาณ 2.8 กิโลเมตร จนเกิดเขื่อนธรรมชาติและแอ่งน้ำแห่งใหม่ขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในฝั่งเนปาล ทีมกู้ภัยกำลังให้ความสำคัญกับผู้คนหลายร้อยคนที่คาดว่ายังคงติดอยู่ภายใน อุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
โลก บาฮาดูร์ เชตรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเนปาล กล่าวว่า ประเทศต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติในด้านเฉพาะทาง เช่น การกู้ภัยในอุโมงค์ การตรวจ DNA การจัดเก็บศพในห้องเย็น และการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจากอินเดียและจีนได้เข้ามาสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและพยายามเปิดทางเข้าอุโมงค์ที่ได้รับความเสียหายแล้ว
ขณะที่ญาติของผู้สูญหายยังคงเดินทางตามหาเบาะแสตามโรงพยาบาล ห้องเก็บศพ และศูนย์ช่วยเหลือต่าง ๆ ทางการเนปาลต้องเริ่ม ฝังศพผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้หลายร้อยราย หลังศพจำนวนมากเริ่มเน่าเปื่อย
ในเขตชิตวัน ศพที่ถูกกระแสน้ำพัดมาจากพื้นที่ราสูวา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม ถูกพบและนำขึ้นจากระบบแม่น้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเก็บข้อมูลเพื่อช่วยระบุตัวบุคคล
เจ้าหน้าที่กำลังถ่ายภาพ เก็บตัวอย่าง DNA และบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับศพแต่ละราย เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการยืนยันตัวตนของญาติในภายหลัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ อนิล ทาปา เปิดเผยว่า ศพที่กู้ขึ้นมาได้มากกว่าครึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ เนื่องจากถูกกระแสน้ำและเศษซากทำลายร่างกายอย่างรุนแรง
หลังจากเจ้าหน้าที่ฝังศพที่ยังไม่ทราบชื่อไปแล้ว มากกว่า 100 รายในวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ได้เร่งขุดหลุมเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ เพื่อรองรับศพอีกหลายร้อยรายที่ยังรอการจัดการ
ขณะนี้ทีมกู้ภัยเนปาลและจีนยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าสภาพอากาศและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่เพิ่มเติม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

