เนปาลวิกฤต ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม กวาดหายกว่า1.5พันคน

น้ำท่วมดินโคลนถล่มเนปาล-ทิเบตวิกฤต! ผู้เชี่ยวชาญชี้ธารน้ำแข็งส่วนล่างของเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็ว เกิดเป็นมวลน้ำมหาศาลทะลักท่วมกวาดเมืองราบเป็นหน้ากลอง ตายเฉียด 200 สูญหายอีก 1.5 พันคน เป็นต่างชาติเกือบ 800 จาก 20 ปท. จีนส่งทีมกู้ภัยชุดใหญ่เร่งค้นหาและช่วยเหลือ ปชช.ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่วนอุตุฯแผ่นดินใหญ่เตือนฝนตกยาวถึงอาทิตย์นี้ ผวาเกิดภัยพิบัติซ้ำ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาลถึงความคืบหน้าเหตุธารน้ำแข็งเทือกเขาหิมาลัยละลายเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่พัดดินโคลนเศษหินถล่มทับกวาดบ้านเรือน ชุมชน และด่านชายแดนเนปาล-ทิเบตพังราบจมดินเป็นหน้ากลอง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเนปาลรายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงครั้งนี้ในพื้นที่ชายแดนระหว่างเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนเพิ่มเป็นอย่างน้อย 165 ราย และคาดว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้แล้วมากกว่า 30 คน เบื้องต้นมีรายงานผู้สูญหายรวมกันอย่างน้อย 1,500 ราย เป็นชาวต่างชาติเกือบ 800 ราย จาก 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย 177 รายสหรัฐอเมริกา 63 รายออสเตรเลีย 34 รายสหราชอาณาจักร 33 ราย และแคนาดา 25 ราย ซึ่งผู้สูญหายจำนวนมากอยู่ระหว่างเดินทางแสวงบุญ ณ เทือกเขาไกลาสและทะเลสาบมันสโรวาร์โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้แล้วมากกว่า 30 คน
นอกจากนี้ กองทัพและตำรวจเนปาลมากกว่า 5,000 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเร่งลำเลียงเต็นท์ อาหาร และเสบียงฉุกเฉินกระจายสู่พื้นที่ตัดขาด ขณะที่นานาชาติ ทั้งสหรัฐฯออสเตรเลีย และองค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งทีมกู้ภัยและงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าพื้นที่เช่นเดียวกับ เนปาลระดมกำลังตำรวจและทหารมากกว่า 3,000 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่นร่วมภารกิจค้นหาซึ่งปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขา สภาพอากาศเลวร้าย ถนนถูกตัดขาด ระบบติดต่อสื่อสารไม่เสถียร
ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาลการี ระบุจากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม Planet Labs พบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ระดับความสูงประมาณ 5,200 เมตร โดยส่วนปลายของธารน้ำแข็งถล่มลงมายังหุบเขาที่อยู่ต่ำกว่ากว่า 1,200 เมตร หลังอุณหภูมิในพื้นที่อบอุ่นขึ้นกะทันหันจนหิมะละลายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง สอดคล้องกับรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่า ธารน้ำแข็งในเนปาลสูญเสียน้ำแข็งไปแล้วเกือบ 1 ใน 3 ในรอบ 30 ปีจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
ด้านฝั่งจีนยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย3 ราย ยอดผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 558 คน สภาภากาชาดจีนจัดส่งน้ำและอาหารมากกว่า 5,500 กล่อง เต็นท์ ชุดสุขอนามัย ผ้าห่ม เตียง และเสื้อแจ๊กเกตรวมมากกว่า 2,500 ชุด ให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนเพิ่มการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ทะเลสาบ ซึ่งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำโชเชน โคลา และแม่น้ำพูเรพู ซังโป ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ประสบภัย ป้องกันการเกิดเหตุภัยพิบัติซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ฝั่งตรงข้ามพรมแดนในทิเบตมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงมีผู้สูญหายอีกบางส่วนในอำเภอจี๋หลงที่อยู่ติดกัน
เจ้าหน้าที่จีนเผยว่า ระดับน้ำพุ่งสูงเกินกว่าที่เฮลิคอปเตอร์จะลงจอดได้ ในพื้นที่ประสบภัยเขตเชียปรุเบซีและติมูเร ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 50,000 คนได้ ต้องรอให้น้ำลดลงก่อน พร้อมแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่จะเกิดสูญเสียรุนแรงเพิ่ม เท่าที่ประเมินสถานการณ์อาจมีความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขที่แน่นอนได้
สำนักข่าวซินหัวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุดินถล่มฝั่งเนปาลส่งผลกระทบถึงด่านพรมแดนจี๋หลงของจีน ทำให้เส้นทางคมนาคม การสื่อสาร และระบบไฟฟ้าในเมืองชิกัตเซใกล้ชายแดนเนปาลถูกตัดขาด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สั่งเร่งค้นหาผู้สูญหายเต็มกำลัง พร้อมยกระดับระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าป้องกันภัยพิบัติซ้ำซ้อน โดยส่งทีมกู้ภัยไปด่านจี๋หลง ในเขตปกครองตนเองซีจ้าง ด่านบกสำคัญที่เชื่อมต่อจีนกับเนปาล ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าและดินโคลนถล่มในเนปาล โดยดำเนินมาตรการฉุกเฉินและบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติระดับสูงสุด หน่วยจัดการเหตุฉุกเฉินส่วนภูมิภาคส่งเจ้าหน้าที่ 792 นาย ยานพาหนะ 152 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย 431 นาย พร้อมสุนัขกู้ภัย เครื่องตรวจจับสัญญาณชีพและเรือเร็วเพื่อเร่งค้นหาผู้ที่อาจติดค้าง และผู้เสียชีวิต อีกทั้ง ยังจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ได้แก่ เสื้อคลุมผ้าฝ้าย 8,000 ตัว เต็นท์ 2,000 หลัง ผ้าห่ม 3,000 ผืน และเสื่อกันความชื้น 5,000 ผืน ไปยังพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมโคลนถล่ม ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมโครงข่ายไฟฟ้าชุดแรกเดินทางถึงพื้นที่ประสบภัยแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังและกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีนจัดงบประมาณบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติส่วนกลาง 120 ล้านหยวนคิดเป็นเงินไทยประมาณ585 ล้านบาท สนับสนุนการกู้ภัยฉุกเฉินและบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีนจัดสรรงบ 100 ล้านหยวนหรือประมาณ488 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูฉุกเฉินหลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติ
ขณะที่ หอสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาส่วนภูมิภาคคาดการณ์ว่าอำเภอจี๋หลงจะยังมีฝนตกต่อเนื่องจนถึงวันอาทิตย์ที่30 สิงหาคม ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงเผชิญน้ำท่วม ดินถล่ม และภัยพิบัติซ้ำซ้อนอื่น
ด้านนางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาลทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวรับผลกระทบรุนแรงมาก สาธารณูปโภคพื้นฐานตามแนวแม่น้ำ BhoteKoshiเสียหายแทบทั้งหมด และยังมีชาวเนปาลและชาวต่างชาติสูญหายมากกว่า 600 คน แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งนี้ หากมีคนไทยได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือ แจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯได้ทันทีที่หมายเลข +977-9818749944 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

