แนวคิดของในหลวง ร.9 กล่าวขวัญกันบ่อยแต่ปฏิบัติน้อย ปีติพงศ์ อดีตรมว.เกษตรฯ แนะมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน

2 กันยายน 2569 นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตกับที่เน้นความยั่งยืน
ดูเหมือนทิศทางเศรษฐกิจของเราจะเน้นการเติบโต (Growth) มากไปหน่อย ไม่มีตัวเลขอะไรหรอกนะ ใช้สังเกตจากข่าวกับสังคม online ซึ่งจะเสนอเรื่องเหล่านี้บ่อยมาก สรุปว่า
1. ตัวเลข GDP หลายสำนักจนไม่รู้จะเชื่อใคร ทุกสำนักเน้นการเติบโต
2. ธนาคารรวย แต่หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น
3. บริษัทใหญ่ขายของและทำธุรกิจ onlineได้แต่ SME เจ๊ง งานบริการ online เฟื่องฟู เช่น ส่งอาหาร (คนไทยชอบกินของอร่อย แต่เบื่อรถติด ขี้เกียจเดินทาง)
4. ไม่รู้ต่างประเทศลงทุนในไทยมากแค่ไหน ในรูปแบบอะไร เป็นเจ้าของกิจการหรืออย่างไร คนไทยเป็นแค่ส่วนเล็กๆใน Supply Chains อีกหรือเปล่า (นำเข้า ประกอบ ส่งออก) คือได้แค่ค่าจ้างแรงงาน ในอุตสาหกรรมใหม่
5. อุตสาหกรรมเป้าหมาย (new growth engine) ไปถึงไหนแล้ว ยังไม่ค่อยเห็น ติดปัญหา เช่น Data center ก็มีเรื่องนํ้า เรื่องไฟฟ้า
6. ที่ว่าท่องเที่ยวฟื้น ถามว่ารายจ่ายนักท่องเที่ยวที่คนไทยหรือธุรกิจไทยได้อานิสงค์แค่ไหนก็ไม่รู้
7. แรงงานไทยทำอะไร แรงงานต่างชาติมีจริงๆแค่ไหน มีใครรู้มั่ง
8. ใช้เงินอนาคตทั้งหลวงและปัจเจกบุคคล เลยเป็นหนี้ (ที่อาจใช้คืนไม่ได้ เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้)
9. ภาษีเก็บไม่เป็นธรรม ไม่มีประสิทธิภาพ รั่วไหลทุกหัวระแหง คนคดโกงมีเยอะทุกที่ ต้องการรวยอย่างรวดเร็ว บริโภคเกินตัว ติดยาสารพัด
ฯลฯ
ผมว่าในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ มีความกดดันจาก Geopolitics จนสั่นคลอนระบบการเงินและSupply chains ทั่วโลก อีกทั้งการทะเลาะเบาะแว้งหลายประเทศ รวมทั้งเรากับประเทศเพื่อนบ้าน เราน่าจะลองพิจารณา Economics model ที่เน้นเรื่องความยั่งยืน (sustainability)ให้มากขึ้น เช่น
1) ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร โดยหลักที่ว่าเป็นแหล่งที่คนมีอายุของประเทศที่ยังต้องพึ่งพาการเกษตรเป็นจำนวนมาก แถมคนแก่ในภาคเกษตรเหล่านี้ยังต้องเลี้ยงหลานให้ด้วย ถ้าเราค่อยๆ สนับสนุนให้คนใหม่ๆ เข้าสู่ภาคการเกษตร เราก็สามารถปรับปรุุงคุณภาพสินค้า ผลิต Functional foods ผลิต Green energy สมุนไพร สารสกัด ฯลฯ ที่มีคุณภาพสูงควบคู่ไปกับความมั่นคงอาหารและการใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นเจ้าของ Supply chains หลายจุด จนถึงปลายทาง
2) สร้างดุลภาพของการท่องเที่ยวระหว่างเงินที่ได้สุทธิที่คนไทยได้รับกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ธุรกิจและวิถีชีวิตของเราไป ข้อมูลรายได้สุทธิจากการท่องเที่ยวจึงสำคัญมาก
3) ลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น สกัดการให้ Credit หรือเงินกู้ทั้งในและนอกระบบที่ฟุ่มเฟือย จัดการกับของไม่ดีเช่น ปืน ยาเสพติด สิ่งของนำเข้าที่ผิดกฏหมาย เพราะบ่อนทำลายเศรษฐกิจของเราอย่างหนัก
4) ไม่รู้ว่าสถานะทางการคลังเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าตังค์ไม่ค่อยมี สงสัยกิจกรรมผิดกฏหมายจะเยอะจับกันทุกวัน ทราบว่าภาษีเก็บไม่ทั่วถึง (อัตราสูงอยู่แล้วแต่เก็บไม่ได้ เก็บยาก หรือไม่มีข่้อมูล เลยไม่เก็บ) ทำอะไรซักอย่างแม้เรื่องภาษีจะไม่มีคนชอบ แต่เห็นใจคนที่เสียเต็มเม็ดเต็มหน่วยบ้างเหอะ
5) แหล่งเงินในประเทศก็เห็นชัดๆว่าคนรวยคือ ธนาคาร ตลาดทุน และบรรษัทขนาดใหญ่ ผมไม่เคยบอกว่าสถาบันการเงิน ตลาดทุน บริษัทใหญ่ๆเขาผิด เพราะถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่อาจมาถึงที่ๆ เรายืนอยู่ตรงนี้ได้ แต่ทำไงให้มีการกระจายรายได้เพิ่มขึ้น ถ้า SME คือคำตอบ ทำไมเขาเจ๊งต้องหาเหตุให้ได้ (เงินทุน การจัดการ ระบบ lP incubation กฎหมาย หรือคนไทยคิดไม่ออกเอง) เพราะทุนในประเทศยังเหลือเยอะดังกล่าวข้างต้น
6) ปรับโครงสร้าง จำนวน และประสิทธิภาพหน่วยงานของรัฐ จำเป็นมากเมื่อเกิด Digital disruption และการใช้ AI เห็นว่ากำลังทำอยู่ ขอให้สำเร็จไวๆ นะครับ กฏระเบียบอะไรที่มันล้าสมัยหรือไม่ทำให้บ้านเมืองเจริญก็เลิกเถอะครับ
7) ผมว่าคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และมีฝีมือในการประดิษฐ์ประดอยสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยีอย่างพลิกแพลงและการซ่อมของ ลองส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) กันจริงๆ จังๆ เน้น Content industries เช่น Game, Animation, Advertising, Film, Music ect. จริงๆ จังๆ เป็นอุตสาหกรรมใหม่จะดีไหม (ฝรั่งเอาของเราไปทำแป๊บเดียวดัง เช่นมวยไทย หนังผีเราก็ดัง ตอนนี้มีน้อง Nene ให้ดูเป็นตัวอย่าง)
เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้าทำเล่นๆ เป็นตัวอย่าง ไม่จริงจังที่จะให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายอาจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดปัญหาโลกร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ การเข้าสู่สังคมสีเขียวทั้งด้านการผลิต การบริโภคนะครับ
ประเด็นมีอีกเยอะที่จะสนับสนุนการใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบ Sustainable economic model ลองสำรวจแนวคิดของในหลวง ร.9 ที่ทรงพระราชทานไว้นั่นแหละ เห็นกล่าวขวัญกันบ่อยแต่สังเกตว่าการนำมาปฏิบัติน้อยมาก
พูดเยอะเขาบอกเดี๋ยวไม่มีคนอ่าน กราบสวัสดีครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

