รู้จัก ดาต้าเซ็นเตอร์ ตัวร้ายหรือตัวช่วย อัปเกรดไทยทะยานสู่ยุค AI

ท่ามกลางกระแสการลงทุนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหรือ "ดาต้าเซ็นเตอร์" (Data Center) ในประเทศไทยหลายฝ่ายอาจให้ความสนใจในประเด็นข้อกังวล แต่ในอีกมุมหนึ่ง ดาต้าเซ็นเตอร์เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่เต้นอยู่เบื้องหลังทุกเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ "แอปพลิเคชัน" บนสมาร์ทโฟนที่ทุกคนใช้งาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงให้กับระบบไอทีขององค์กร แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์ นวัตกรรม AI และแอปพลิเคชันต่างๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและไร้รอย
ดาต้าเซ็นเตอร์คืออะไร และทำไมต้องตั้งใจกลางเมือง?
เพื่อทำความเข้าใจภาพรวม ดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) หรือศูนย์ข้อมูล คือสถานที่หรืออาคารสำหรับรวบรวมคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์และระบบเครือข่ายจำนวนมาก เพื่อใช้จัดเก็บ ประมวลผล และกระจายข้อมูลดิจิทัลขององค์กรหรือบริการคลาวด์ต่างๆ เพื่อทำแอปฯหรือเว็บไซต์ต่างๆดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว จึงนำพาข้อดีและประโยชน์ได้ 6 อย่างดังนี้
- ระบบเสถียร ใช้งานได้ตลอดเวลา
ดาต้าเซ็นเตอร์ช่วยรับประกันว่าระบบจะไม่ล่มง่ายๆ เพราะมีทั้งระบบไฟสำรองและเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ ต่อให้ไฟตกหรือไฟดับ เซิร์ฟเวอร์ก็ยังทำงานต่อได้ไม่มีสะดุด แถมยังมีระบบแอร์ควบคุมอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำตลอดเวลา ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ได้ดีเยี่ยม
- ข้อมูลปลอดภัยขั้นสุด
ข้อมูลถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์จึงมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนามาก ทั้งพนักงาน รปภ. กล้องวงจรปิด ระบบสแกนนิ้ว/ใบหน้าเข้าออก รวมถึงระบบดับเพลิงอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันแฮกเกอร์ที่คอยสกัดกั้นการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของบริษัทไม่ให้รั่วไหล
- ประหยัดงบ ไม่ต้องลงทุนก้อนโต
องค์กรไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่ไปสร้างห้องเซิร์ฟเวอร์หรือเดินสายไฟเอง แต่เปลี่ยนมาจ่ายแค่ค่าเช่าตามการใช้งานจริง ทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ง่ายขึ้น แถมยังลดภาระที่ไม่ต้องจ้างทีมช่างไอทีมานั่งเฝ้าระบบเองตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
- ปรับเปลี่ยนและขยายธุรกิจได้ทันใจ
ถ้าธุรกิจโตขึ้นหรือต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม ก็สามารถเช่าพื้นที่หรือเพิ่มตู้เซิร์ฟเวอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสร้างห้องใหม่ นอกจากนี้ยังให้อิสระในการเลือกใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากหลายๆ ค่ายได้ตามต้องการ
- แอปโหลดไว ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหล
ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในไทยคือเบื้องหลังที่ทำให้เราใช้แอปต่างๆ อย่าง K PLUS, GrabFood หรือเลื่อนดูวิดีโอบน TikTok ได้แบบลื่นๆ ไม่หน่วง การที่เซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้ทำให้แอปโหลดไว และยังช่วยรับมือกับคนจำนวนมากที่เข้ามาใช้งานพร้อมกันได้สบายๆ เช่น เวลากดสั่งของช่วง 11.11 หรือโอนเงินช่วงวันเงินเดือนออก แอปก็ไม่ล่ม
- พร้อมรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
โครงสร้างของดาต้าเซ็นเตอร์ถูกออกแบบมาให้มีพลังประมวลผลสูง จึงพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้แม่นยำขึ้น และก้าวทันการแข่งขันในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ
จะเกิดอะไรขึ้น... หากประเทศไทย "ไม่มี" ดาต้าเซ็นเตอร์?
หากเราปฏิเสธการสร้างศูนย์ข้อมูล ประเทศไทยจะต้องสูญเสียผลประโยชน์ที่สำคัญใน 5 ด้าน ได้แก่
- พลาดเงินลงทุนนับแสนล้าน บริษัทระดับโลกอย่าง Google หรือ Microsoft จะหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้เราเสียโอกาสสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจ
- คนทำธุรกิจต้องแบกต้นทุนสูงขึ้น บริษัทของคนไทยจะต้องจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อไปเช่าศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศ ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันทางการค้า
- อินเทอร์เน็ตช้า แอปพลิเคชันล่มบ่อย ข้อมูลต้องเดินทางไกลไป-กลับระหว่างประเทศ ทำให้การโอนเงิน เล่นเกม หรือดูวิดีโอ เกิดความล่าช้าและระบบล่มได้ง่าย
- ล้าหลังด้านเทคโนโลยี เราจะไม่มีเครื่องมือแรงๆ ไว้พัฒนาเทคโนโลยีของเราเอง และคนเก่งๆ ด้านคอมพิวเตอร์ก็ต้องย้ายไปหางานทำในต่างประเทศ
- ข้อมูลสำคัญของประเทศไม่ปลอดภัย ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนและข้อมูลความมั่นคงของรัฐ จะต้องไปฝากไว้ที่ประเทศอื่น หากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจถูกบล็อกหรือขโมยข้อมูลได้ตลอดเวลา
เหรียญสองด้าน ประโยชน์มหาศาล ที่มาพร้อม "ช่องโหว่ทางกฎหมาย"
แม้ศูนย์ข้อมูลจะมีความสำคัญอย่างมาก แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของไทยในขณะนี้คือ "กฎหมายที่ยังตามไม่ทัน" ที่ผ่านมาภาครัฐยังไม่เคยจัดหมวดหมู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลให้ชัดเจน ผู้สร้างจึงมักเลี่ยงไปขออนุญาตในรูปแบบ "คลังสินค้า" หรือ "อาคารสำนักงาน" เพื่อให้สามารถเข้าไปสร้างในเขตชุมชนได้ โดยไม่ต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียด ทำให้เกิดความกังวลต่อชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งเรื่องเสียง ความร้อน และการใช้ทรัพยากร
บทพิสูจน์การจัดการของรัฐ สู่การรักษาสมดุลชุมชน
บทสรุปของคำถามที่ว่า ท้ายที่สุดแล้วดาต้าเซ็นเตอร์คือ "ตัวร้าย" หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความท้าทายในการอุด "ช่องโหว่ด้านการกำกับดูแลของภาครัฐ" ล่าสุด นายชัยชนก ชิดชอบ ได้ออกมายอมรับว่า มีดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามผังเมืองจริง
หลังจากนี้ สังคมจึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า ภาครัฐจะดำเนินมาตรการแก้ไขและรับมือกับปัญหานี้อย่างไร จะมีการบังคับใช้กฎระเบียบเพื่อควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ และจะสร้างสมดุลระหว่างการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ควบคู่ไปกับการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่โลกเทคโนโลยีของไทยเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

