จับตาโผ รองอธิบดี DSI เปิด 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ว่าง

สะพัดโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จับตาอาจมีการสลับเก้าอี้ระดับอธิบดีฯ พร้อมจัดแถวรองอธิบดีใหม่ หลังตำแหน่งว่างลง 1 อัตราโยกนั่งรองอธิบดีราขทัณฑ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่แคนดิเดต 'ร.ต.อ.เขมชาติ' และ'พ.ต.ต.ณฐพล' หรือ'ผอ.ยักษ์' ซึ่งมีบทบาทในคดีสำคัญของ DSI
วันที่ 3 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ในการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแทนตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่งนั้น จะต้องดำเนินการโดยปลัดกระทรวงยุติธรรม เพราะตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ในระดับข้าราชการ C9 ซึ่งขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เหมือนกับการปรับโยกย้ายตำแหน่งอธิบดีกรมแต่อย่างใด ซึ่งในปัจจุบันหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องมีคุณสมบัติทั้งเป็นผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงที่สุด ประกอบกับผลงานที่ผ่านมาต้องเคยเป็นผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองคดีมาก่อน
ปัจจุบันมีรายชื่อผู้ที่อยู่ในโผแคนดิเดตจะได้รับการคัดเลือกมาเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในอนาคต ประกอบด้วย
1) นายเกรียงไกร สืบสัมพันธ์ หรือ 'ผอ.เกรียง' ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ
2)พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ หรือ 'ผอ.เอ็กซ์ 'ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ
3)ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี หรือ 'ผอ.เขม' ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศและ
4)พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ 'ผอ.ยักษ์' ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยระหว่างนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมกำหนดวาระการสอบคัดเลือกให้ข้าราชการมาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแทนตำแหน่งที่ว่าง
ส่วนกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่งสลับตำแหน่งระดับอธิบดีระหว่าง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข่าวลือดังกล่าวมาจากบุคคลที่ไม่ได้เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี เพราะการย้ายข้าราชการระดับ C10 ต้องมีมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมจะต้องเป็นผู้เสนอรายชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอความเห็นชอบภายในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จึงจะมีการปรับโยกย้ายอธิบดีกรมฯ นอกจากนี้ ตามหลักการแล้วกรมคุมประพฤติมีขนาดใหญ่กว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทั้งในแง่ของงบประมาณ กำลังคน และอำนาจหน้าที่ ดังนั้น หากย้ายอธิบดีกรมคุมประพฤติไปเป็นอธิบดีดีเอสไอ ก็ถือเป็นการลดตำแหน่ง หรือลงโทษ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติคนปัจจุบัน ดังนั้น สถานะตอนนี้จึงยังไม่มีการสลับตำแหน่งอธิบดีทั้ง 2 หน่วยงานแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

