ดีเอสไอ หอบสำนวน คดีแตงโมง 54 แฟ้ม ส่ง ป.ป.ช. เอาผิดปมเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ DSI ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมกับเอกสารสำนวนของคดีแตงโมจำนวนหลายแฟ้ม เพื่อมอบให้ ป.ป.ช.พิจารณา พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้สำนวนคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ป.ป.ช. แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือเนื้อหาในสำนวนได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้ และการเปิดเผยอาจมีความผิดทางอาญา ส่วนเอกสารและสำนวนที่นำส่งในวันนี้ มีจำนวนค่อนข้างมาก พอสมควร / จากนี้จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามขั้นตอน หาก ป.ป.ช. มีการเรียกให้เข้าไปให้ถ้อยคำ หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ก็พร้อมดำเนินการให้ความร่วมมือ
ขณะที่ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ก็ได้เดินทางมาพร้อมกับนายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์ และ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ในครั้งนี้ด้วย โดยอาจารย์ปานเทพ ระบุว่า ในคดีของแตงโมเริ่มต้นจากการที่นายอัจฉริยะและแม่ของแตงโมเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง DSI หลังจากนั้นทาง DSI ก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน แสดงให้เห็นว่า DSI มีเจตนาในการรับเครื่องตั้งแต่แรก เมื่อตั้งคณะทำงานแล้ว ก็ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนทั้งหมด ว่าการร้องทุกข์เกี่ยวข้องกับใครบ้าง เมื่อเจอเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ก็จะต้องยื่น ป.ป.ช.ตาม ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ ป.ป.ช. จะต้องชี้ว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ชัดเจนว่าไม่ใช่การยุติคดีตามที่มีคนพยายามปล่อยข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งเอกสารที่ DSI นำมาวันนี้มีทั้งหมด 54 แฟ้ม เอกสารนับหมื่นแผ่น ซึ่งมีเอกสารมากกว่าที่จะยุติคดี ซึ่งในขั้นตอนนี้อธิบดี DSI ก็เห็นชอบด้วยในการส่งต่อ มายัง ป.ป.ช. แสดงให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และพยายามบิดเบือนคดีความจริง จึงได้นำมาไต่สวนและพิจารณา หลังจากนี้ ป.ป.ช. มีเวลา 30 วัน โดยมี 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1. หาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วไม่ร้ายแรงก็ส่งกลับมายัง DSI หรือ 2. ถ้าต้องการความร่วมมือในการสอบสวนเพิ่มเติม สามารถส่งเรื่องให้ DSI ทำการสอบเพิ่มเติมได้ และหากเห็นว่ามีมูล ก็จะต้องชี้มูลความผิด เสร็จแล้วต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย คือ สั่งฟ้องต่อไป

อาจารย์ปานเทพ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ยังต้องสู้กันอีกหลายยก สิ่งที่ทุกคนต่อสู้กันมาตลอด 4 ปีไม่สูญเปล่า จนสามารถนำมาสู่ขั้นตอนนี้ได้สำเร็จ บุคคลสำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือ นายอัจฉริยะและแม่ของแตงโม ที่สละตัวเองในเรื่องนี้ ให้พวกเราสามารถเข้าถึงข้อมูลและนำมาสู่ขั้นตอนนี้ได้ / และในขณะเดียวกัน DSI ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีจำนวนมาก กระทั่งเมื่อวานนี้ยังไม่กล้าเปิดตัวว่าเป็นใครในคณะกรรมการสืบสวนคดีแตงโม พูดแค่ว่าไม่มีข้อมูลอยู่จริงสั่งยุติคดีแล้ว แต่ในทางกฎหมายที่มาถึงขั้นตอนนี้ได้แสดงว่าคืบหน้าไปอีก 1 ขั้นแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











