'นายกฯเฮง'แฉแหลก มัดรัฐมนตรี ตัวการใหญ่โกงสอบ

'นายกฯเฮง'แฉแหลก
มัดรัฐมนตรี
ตัวการใหญ่โกงสอบ
โยงแก๊งดร.วิน-พิชิต
ตำรวจไม่ให้น้ำหนัก
อ้างฟังคนอื่นบอกมา
ปชป.จี้ช่วยผู้บริสุทธิ์
นายกเฮง ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ไม่ยอมตายเดี่ยว หอบหลักฐานโยง “จ่าพิชิต-ดร.วิน” ให้ตำรวจ ปปป. แฉตัวการใหญ่ระดับรัฐมนตรีบงการโกงสอบ ขณะที่ตำรวจระบุยังไม่ให้น้ำหนักเชื่อมโยงรัฐมนตรีเพราะเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ของนายกเฮง ในลักษณะฟังผู้อื่นบอกต่อมา ข้อมูลจึงไร้น้ำหนัก ขาดความน่าเชื่อถือ ด้าน ปชป.จี้คืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ถูกตำรวจ บก.ปปป. จับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ในคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น และได้รับการประกันตัวและปล่อยตัวไป เมื่อวันที่ 26 ส.ค.
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 กันยายน มีรายงานว่าตำรวจ บก.ปปป. ได้นัดหมายนายประวิทย์ เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังพบว่า นายประวิทย์ มีข้อมูลหลักฐานสำคัญทางคดี โดยผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิด กับนายประวิทย์ ให้ข้อมูลว่า เดิมวันนี้นายประวิทย์ จะเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ ปปป. แต่ตำรวจขอเปลี่ยนสถานที่นัดหมายเลยไม่ได้เดินทางเข้าไปที่ ปปป. ซึ่งเบื้องต้นวันนี้ นายประวิทย์ จะนำหลักฐานเส้นทางการเงิน กับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งถูกระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ 2 คน ไปให้กับตำรวจ บก.ปปป. และหลักฐานชิ้นนี้จะเชื่อมโยงไปถึง ‘นายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต’ 2 ผู้ต้องหาคดีทุจริตโกงสอบ ที่ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพและจะเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการทุจริตการสอบชัดเจน
โยงรัฐมนตรีมีเอี่ยว
รวมถึงนายประวิทย์ ได้พาพยานคนสำคัญที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คน ที่จะเชื่อมไปถึงตัวการใหญ่ มาให้ปากคำด้วย ทั้งนี้ พยานคนดังกล่าวจะให้ข้อมูลได้ด้วยว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีความสนิทกับ จ่าพิชิต เรียนหนังสือมาด้วยกัน จึงพามาไปให้ปากคำกับตำรวจ บก.ปปป. ด้วย
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ใหญ่กว่าอธิบดี ที่ถูกดำเนินคดี เมื่อถามว่า เป็นนักการเมืองเป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ แหล่งข่าวระบุ ว่า เป็นระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน
อีกทั้งยังอ้างด้วยว่า นายประวิทย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นและไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แน่นอน แต่นายประวิทย์ เข้าไปตามเงินที่ลูกน้องของตนเองถูกขบวนการนี้โกงเงินไป และเชื่อว่าการจับกุมนายประวิทย์ เป็นลักษณะของการตัดตอนและเป็นการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
ตร.อ้างแค่ฟังคนอื่นมา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนบก.ปปป. เปิดเผยเกี่ยวกับ กรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า มีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยรับทราบข้อมูลดังกล่าวจากการสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และ อดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ที่ถูกตำรวจ บก.ปปป. จับกุมในคดีเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไปก่อนหน้านี้
ซึ่งครั้งนั้นมีการกล่าวอ้างถึงเรื่องดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่พบข้อมูลหรือหลักฐานเชื่อมโยงแต่อย่างใด เป็นการกล่าวอ้างแบบลอยๆ ในลักษณะฟังผู้อื่นบอกต่อมาอีกทอดหนึ่ง ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักหรือขาดความน่าเชื่อถือ
ส่วนกรณีข่าวลือที่อ้างว่า นายประวิทย์ นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น และไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ถูกจับเพราะถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยึดข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฎเป็นหลัก ไม่มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงแต่อย่างใด
เส้นเงินโยง พิชิต-ดร.วิน
ทั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันเดียวกัน ตำรวจได้นัดหมาย นายประวิทย์ เข้าให้การเพิ่มเติมหลังพบว่านายประวิทย์ มีข้อมูลหลักฐานสำคัญทางคดี โดยมีรายงานว่า มีหลักฐานเส้นทางการเงินกับบุคลที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ2คน ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้เชื่อมโยงไปถึง นายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต 2 ผู้ต้องหาคดีทุจริตโกงสอบที่ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพและจะเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นชัดเจน และยังมีรายงานว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นถึงระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน
ปชป.จี้คืนความเป็นธรรม
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับ นายไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมาย และ นายพรชัย มาระเนตร์ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบอย่างถึงที่สุด
โดยนายไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยได้ข้อมูลสำคัญจากผู้ร่วมขบวนการ ทั้งกลุ่มผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งและกลุ่มนายหน้า ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
นายไพศาล กล่าวว่า ตนได้จัดทำชุดคำถามในลักษณะถามชี้ขาดสำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานในศาล จำนวน 72 คำถาม ครอบคลุมพฤติการณ์กระบวนการทุจริตทั้งหมด เพื่อให้ ป.ป.ช. นำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ ทางเพจ “ทนายไพศาลช่วยด้วย” ยังได้รับร้องเรียนจากผู้เข้าสอบจำนวนมาก โดยพบข้อสังเกตและข้อพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะกรณีผู้เข้าสอบได้ 0 คะแนน แม้เจ้าตัวจะมั่นใจว่าฝนรหัสประจำตัวและทำข้อสอบถูกต้อง รวมถึงพฤติกรรมเจ้าหน้าที่คุมสอบที่ไม่ชัดเจนเรื่องสังกัด มีการแต่งกายสวมเสื้อกั๊กหน่วยงานแต่ติดบัตรมหาวิทยาลัย ตลอดจนการปฏิเสธไม่ให้ผู้สอบแก้ไขคำผิดหรือเข้าตรวจเช็กคะแนน
พบพิรุธการสอบเพียบ
“ตอนนี้เริ่มมีการซัดกันเองและซัดกันนัวในกลุ่มผู้กระทำผิด ในฐานะทนายความได้ใช้เทคนิคทางวิชาชีพในการสอบทานความจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลายคนกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี จึงอยู่ระหว่างประสาน ป.ป.ช. เพื่อขอความคุ้มครองและพิจารณากันตัวไว้เป็นพยาน เมื่อพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินชัดเจนถึงตัวการใหญ่ จะนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการและแถลงข่าวเปิดเผยความจริงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง” นายไพศาล กล่าว
โดยนายพรชัย มาระเนตร์ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จากการรับร้องเรียนของผู้เข้าสอบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงราย อุบลราชธานี ตราด และสงขลา ซึ่งยอมเสียค่าใช้จ่ายเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อขอตรวจสอบกระดาษคำตอบของตนเอง พบพฤติการณ์แปลกประหลาดหลายประการในกระบวนการเปิดให้ดูกระดาษคำตอบที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ เมื่อวันที่ 6-7 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายพรชัย กล่าวว่า กระบวนการขอดูกระดาษคำตอบมีการตั้งเงื่อนไขเข้มงวดเกินจำเป็น ทั้งการถอดอุปกรณ์ส่วนตัว เก็บโทรศัพท์ นาฬิกา และห้ามสวมเสื้อแขนยาวเข้าตรวจ อีกทั้งการตรวจดูยังมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ปริศนาเดินประกบ หากผู้เข้าสอบทักท้วงเรื่องลายเซ็น ตัวเลขรหัส หรือขอดูกระดาษคำตอบและคำเฉลยเพื่อเปรียบเทียบ จะมีกลุ่มคนพุ่งเข้าประชิดตัว ข่มขู่ให้ยอมรับ และปัดตกคำร้องทันที
ไม่จ่ายเงินไม่ได้หรอก
นอกจากนี้ ยังพบข้อผิดปกติเรื่องระบบตรวจ OMR ที่ระบุว่าผู้สอบได้ 0 คะแนนเพราะ
ลืมฝนรหัส ทั้งที่ในห้องสอบมีกรรมการคุมสอบตรวจเช็กความถูกต้องถึง 2 รอบ รวมถึงกรณีที่ผู้สอบมั่นใจว่าลายเซ็นและตัวเลขบนกระดาษคำตอบไม่ใช่ของตนเอง แต่กลับได้รับการปฏิเสธไม่ยอมให้นำเล่มสมุดข้อสอบมาเปิดพิสูจน์
“ผู้เข้าสอบกลุ่มนี้คือลูกจ้างชั่วคราวในเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขยันอ่านหนังสือและทำงานหนัก แต่กลับตกเป็นเหยื่อของระบบทุจริต บางรายถูกคนในพื้นที่พูดใส่หน้าว่า “เธอไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่จ่ายเงิน” หากมีการประกาศเรียกลำดับบัญชีใหม่ คนกลุ่มนี้จะเสียสิทธิ์ทันทีเพราะถูกปลอมแปลงจนได้ 0 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะเกาะติดเรื่องนี้ถึงที่สุด ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อกระชากหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการทำลายระบบข้าราชการไทยต่อไป” นายพรชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

