'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัสคดีโกงสอบท้องถิ่น ชี้หลุดขัง 84 วัน อิสรภาพแค่ชั่วคราว-หนีเมื่อไหร่มีหมายจับติดตัวไม่มีวันขาดอายุความ

จากกกรณีที่มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นในการสอบท้องถิ่น จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักของสังคม และนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญทั้ง 3 รายได้
ล่าสุดวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง เกี่ยวกับคดีโกงสอบท้องถิ่น ที่ผู้ต้องหาคนสำคัญสามารถออกจากเรือนจำ หลังถูกฝากขังและควบคุมตัวครบกำหนด 84 วัน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "ถอดรหัสคดีโกงสอบท้องถิ่น: หลุดขัง 84 วัน ไม่เท่ากับหลุดคดี! ส่องข้อกฎหมายและชะตากรรมของผู้ต้องหานับพัน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต้องทำการ ปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญ ในคดีทุจริตสอบเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต”,นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ “ดร.วิน” และ น.ส.ศตพร น้องสาวของ ดร.วิน หลังถูกฝากขังและควบคุมตัวครบกำหนด 84 วัน
การปล่อยตัวดังกล่าวสร้างข้อสงสัยให้แก่สังคมเป็นอย่างมากว่า “คดีจบแล้วหรือไม่?” หรือ “เป็นการลอยนวลของผู้กระทำผิดหรือไม่?” รวมไปถึงชะตากรรมของผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ อีกหลายพันคน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุจริตขนาดใหญ่นี้
บทความนี้จะสรุปและเจาะลึกทุกประเด็นทั้งข้อเท็จจริง และกลไกทางกฎหมายที่คุณต้องรู้!
1. ไขปม ทำไมต้องปล่อยตัวหลังคุมขังครบ 84 วัน?
การปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่ใช่การยกฟ้องหรือการสั่งไม่ฟ้อง แต่เกิดจาก กรอบระยะเวลาการควบคุมตัวตามกฎหมาย
• หลักกฎหมาย ป.วิ.อาญา มาตรา 87: ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ศาลมีอำนาจอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมกันได้ ไม่เกิน 7 ครั้ง (สูงสุด 84 วัน)
• ลำดับการฝากขังในคดีนี้:
1) 4 ผลัดแรก (48 วัน): พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เป็นผู้ยื่นขอฝากขังต่อศาล
2) 3 ผลัดหลัง (36 วัน): เมื่อ บก.ปปป. ส่งมอบสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ "ป.ป.ช." หรือผู้ที่ ป.ป.ช. มอบหมาย จึงมีหน้าที่เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลเองจนครบสิทธิ 84 วัน
• ผลทางกฎหมาย: เมื่อครบ 84 วันแล้ว แต่ ป.ป.ช. ยังไต่สวนไม่เสร็จและยังไม่สามารถส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องต่อศาลได้ เรือนจำจึงหมดอำนาจในการคุมขัง และต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาออกจากเรือนจำทันทีตามกฎหมาย
2. ทำไม ป.ป.ช. ถึงทำสำนวนไม่ทัน 84 วัน? กับผู้ถูกกล่าวหาหลายพันคน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การไต่สวนของ ป.ป.ช. ต้องใช้เวลาเกินกว่ากรอบเวลาฝากขัง เนื่องจากคดีนี้เป็น เครือข่ายการทุจริตขนาดใหญ่
• ผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก: คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องรวมกันกว่า 6,000 ราย ทั้งเครือข่ายนายหน้าหลัก สายรอง และผู้สมัครสอบ
• ความซับซ้อนของพยานหลักฐาน: การรวบรวมหลักฐาน เส้นทางการเงิน และการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลจำนวนมากขนาดนี้ ต้องใช้เวลาและไต่สวนอย่างรอบคอบ ป.ป.ช. จึงไม่สามารถสรุปสำนวนได้ทันภายใน 84 วัน
• ผลกระทบ: แม้จะปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาหลักเนื่องจากครบกำหนดขัง แต่ ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดกว่า 6,000 ราย ต่อไป ไม่สามารถตัดจบแต่อย่างใด
3. “ปล่อยตัว” ไม่เท่ากับ “พ้นผิด” : กางขั้นตอนและกรอบเวลาฟ้องคดี
แม้ผู้ต้องหาจะได้รับอิสรภาพชั่วคราวเพราะครบฝากขัง 84 วัน แต่อำนาจในการดำเนินคดีอาญายังคงอยู่เต็มเปี่ยม เมื่อ ป.ป.ช. สรุปสำนวนเสร็จสิ้น กฎหมายได้กำหนดกระบวนการและกรอบเวลาชั้นอัยการไว้อย่างชัดเจน:
1)กรอบเวลา อสส. พิจารณาฟ้อง (180 วัน): ในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (กรณีไม่มีรัฐมนตรีถูกกล่าวหา) เมื่อ ป.ป.ช. ส่งสำนวนให้ อสส. แล้ว อสส. ต้องพิจารณาและยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำนวน (ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 93 วรรคหนึ่ง)
2)กรณีข้อไม่สมบูรณ์: หาก อสส. เห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ จะต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการร่วม ระหว่าง ป.ป.ช. และ อัยการสูงสุด ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หาก อสส. ยังสั่งไม่ฟ้อง ป.ป.ช. มีสิทธิยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลได้ (มาตรา 93 วรรคสอง ประกอบมาตรา 77)
3)การออกหนังสือเรียกตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้อง: เมื่อ อสส. มีคำสั่งฟ้อง หรือ ป.ป.ช. ฟ้องเอง อสส. หรือ ป.ป.ช. จะออกหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามาศาลในวันฟ้องคดี (ตามมาตรา 93 วรรคสองประกอบมาตรา 78 วรรคหนึ่ง)
4)หากไม่มาตามนัด / มีพฤติการณ์หลบหนี: อสส. หรือ ป.ป.ช. มีอำนาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ (ตามมาตรา 93 วรรคสอง ประกอบมาตรา 78 วรรคสอง)
4. กางกฎหมาย: อายุความคดีอาญา และ อายุความหมายจับ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หลายคนกังวลคือ หากผู้ต้องหาหลบหนี คดีจะขาดอายุความหรือไม่?
1)อายุความคดีอาญา:
• สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (เช่น ข้อหาตาม ป.อาญา ม.157 หรือ ม.149 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 172) และผู้สนับสนุน มีอัตราโทษจำคุกสูง ทำให้คดีมีอายุความคดีอาญาตั้งแต่ 15 ถึง 20 ปี (ตาม ป.อาญา มาตรา 95)
• จุดเปลี่ยนสำคัญ (พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 7 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ มาตรา 13): กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาล ระยะเวลาที่หลบหนีจะไม่ถูกนับรวมเข้าในอายุความ (อายุความสะดุดหยุดลง)
2)อายุความหมายจับ:
• หมายจับมีอายุใช้บังคับ "เท่ากับอายุความของคดีอาญา" (ป.วิ.อาญา มาตรา 68)
• ดังนั้น เมื่อเป็นคดีทุจริตที่ระยะเวลาหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดีไม่นับรวมในอายุความ หมายจับจะมีผลบังคับใช้เพื่อติดตามจับกุมตัว ได้ตลอดไปโดยไม่มีวันขาดอายุความ จนกว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี!
5. กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีไปต่างประเทศ
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา (รวมถึงคดีทุจริต) หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทย กฎหมายไทยและกติกาสหว่างประเทศมี 4 มาตรการหลัก ในการติดตามนำตัวกลับมาดำเนินคดีหรือรับโทษในประเทศไทย ดังนี้
1) การส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition)
ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ไทยสามารถร้องขอให้ต่างประเทศส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยกลับมาดำเนินคดีหรือรับโทษได้ ทั้งกรณีมีสนธิสัญญาและกรณีที่กฎหมายประเทศปลายทางเปิดช่องให้ใช้หลักต่างตอบแทน โดยทั่วไปต้องเป็นความผิดตามกฎหมายของทั้งสองประเทศและเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
2) ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (MLAT)
ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ไทยสามารถขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในการสืบหาบุคคล รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยาน ตลอดจนติดตามหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ใช่กระบวนการส่งตัวผู้ต้องหากลับไทยโดยตรง
3) การออกหมายแดงอินเตอร์โพล (INTERPOL Red Notice)
สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถประสาน INTERPOL เพื่อแจ้งเตือนประเทศสมาชิกให้ช่วยติดตามและระบุตำแหน่งของบุคคลที่ต้องการตัว รวมถึงสนับสนุนการจับกุมชั่วคราวตามกฎหมายของประเทศนั้น ทั้งนี้ หมายแดงไม่ใช่หมายจับระหว่างประเทศที่มีผลบังคับโดยอัตโนมัติ
4) มาตรการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางและคนเข้าเมือง
ไทยอาจดำเนินการยกเลิกหรือเพิกถอนหนังสือเดินทางเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ส่วนประเทศที่ผู้ต้องหาพำนักอยู่อาจดำเนินการส่งกลับหรือเนรเทศ หากมีเหตุและฐานกฎหมายรองรับ แต่การถูกยกเลิกหนังสือเดินทางไม่ได้ทำให้ต้องถูกส่งกลับไทยโดยอัตโนมัติ และการเนรเทศไม่อาจใช้แทนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เสมอไป
สรุป: ทั้ง 4 มาตรการอาจใช้ประกอบกันได้ แต่ต้องพิจารณากฎหมายของประเทศปลายทาง พยานหลักฐาน และเงื่อนไขความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นรายกรณี
บทสรุป
ปรากฏการณ์การปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามสิทธิมนุษยชนและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่จะไม่คุมขังบุคคลเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตหากยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล
อย่างไรก็ตาม "อิสรภาพนี้เป็นเพียงชั่วคราว" ตราบใดที่กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ยังดำเนินต่อ ทั้งผู้ถูกกล่าวหาหลักและผู้เกี่ยวข้องอีกนับพันคนยังคงต้องรับฟังคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรม และหากมีการหลบหนี หมายจับก็จะติดตามตัวไปอย่างไม่มีวันขาดอายุความ!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 10/10/69 #โกงสอบท้องถิ่น #คดีทุจริตสอบท้องถิ่น #ปปช #ปล่อยตัว84วัน #ปวิอาญา #กฎหมายน่ารู้ #กระบวนการยุติธรรม #ศาลอาญาคดีทุจริต #อัยการสูงสุด #วัสติงสมิตร





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

