ฝ่ายค้าน ฮึ่มปรับลดงบฯ กลาโหม ขอไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ สร้าง สถูปเจดีย์-ทำถนน-ทำเกษตร

ฝ่ายค้าน ฮึ่มปรับลดงบฯ กลาโหม ขอไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ สร้าง สถูปเจดีย์-ทำถนน-ทำเกษตร ซัดซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่กรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ2 วันแรก ในส่วนของมาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม ซึ่งกมธ.แก้ไข ปรับลดงบประมาณเหลือ 9.07หมื่นล้านบาท
โดยน.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบกระทรวงกลาโหม ที่เอาไปทำงานในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ เช่น กองทัพอากาศ มีรายการสร้างสถูปเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นรายการผูกพันใหม่ งบประมาณปี2570 วงเงิน 41.7ล้านบาท และปี2571 ขอรับการจัดสรรอีก 236.2ล้านบาท รวมทั้งหมด 277.9ล้านบาท รวมถึงมีโครงการกองบัญชาการกองทัพไทย อีก 3โครงการที่แย่งงานหน่วยงานอี่นทำคือ 1.โครงการก่อสร้างปรับปรุงทางชนบท 466รายการ วงเงิน 850ล้านบาท อ้างเป็นภารกิจในพื้นที่ชายแดน แต่พบเป็นการใช้วิธีประสานแผนงานร่วมกับแผนพัฒนาจังหวัด และบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต่างจากการทำงานของกรมทางหลวงชนบท 2.โครงการส่งเสริมด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และสหกรณ์ วงเงิน 22.88ล้านบาท ให้ทหารไปผลิตพันธ์พืช พันธุ์สัตว์ รีดน้ำเชื้อปศุสัตว์ เป็นภารกิจทหารหรือไม่ 3.โครงการประมงหมู่บ้าน 3.6ล้านบาท เอาทหารไปเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น
ด้านน.ท. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนเห็นด้วยที่กองทัพบกต้องพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ แต่ตนขอปรับลดงบโครงการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้อง วงเงินผูกพัน 4,200 ล้านบาท โดยงวดแรก ใช้งบประมาณปี 2570 วงเงิน 420 ล้านบาท เพื่อจัดหากระสุนเพิ่มเติมแต่การจัดซื้อกระสุนและองค์ประกอบยังอยู่ภายใต้การอนุมัติของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้หากเกิดวิกฤติจะได้ของในจำนวนและเวลาที่ต้องการหรือไม่ ต่อให้ประเทศไทยมีเงินพร้อมซื้อ แต่ไม่หมายความว่าประเทศไทยจะสามารถเพิ่มกำลังรบได้ทันทีในวันเวลาที่ที่ต้องการ
“ไทยกำลังจะซื้อจรวดหลายลำกล้องหรือซื้อขีดความสามารถเพราะ HIMARS เป็นเพียงฐานยิง และการซื้อมาพร้อมกับจรวดประเภทใดมีระยะยิงไกลเท่าไหร่มีเงื่อนไขในการใช้งานอย่างไรที่กองทัพบกจะต้องชี้แจง ทั้งนี้ประเทศไทยมีทางเลือกอื่นที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมกับกองทัพบกและบริษัทเอกชนพัฒนาจรวดหลายลำกล้องเอนกประสงค์ D11A ที่สามารถยิงได้ไกลสุด 300 กิโลเมตร ซึ่งหากเทียบกับ HIMARS แทบไม่เห็นความแตกต่าง และไม่แน่ชัดว่าสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติจรวดยิงระยะใดให้กับประเทศไทย แต่เมื่อเปรียบเทียบ จรวดหลายลำกล้อง D11A มีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว” น.ท. กิตติพงษ์ อภิปราย
ขณะที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า กองบัญชาการกองทัพไทย มีงบประมาณที่ทำภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น เครื่องกรองน้ำ งานปศุสัตว์ ทำสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อละ 3 แสนบาท ทั้งนี้ในชั้นอนุกมธ. พบคำขู่ ว่าหากไม่ทำจะมีปัญหา และเมื่อตรวจสอบซื้อครุภัณฑ์ พบว่าจัดซื้อเครื่องจักรใหม่ในการก่อสร้าง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เช่น รถบด เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

