SME90%กู้แบงก์ไม่ได้ ธปท.งัด3แนวทางต่อลงหายใจ

10นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยในงาน TNN FUTURE FORUM2026 ว่า หากดูข้อมูลเอสเอ็มอีในปัจจุบันในด้านการเงินพบว่า SME อีกจำนวนมากที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ อัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อของ SME อาจอยู่ในระดับ 60-70% และในบางกลุ่มอาจสูงกว่านั้น โดยเฉพาะ SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน มีอัตราการถูกปฏิเสธสูงถึง 78% ขณะที่ธุรกิจที่มีประวัติหนี้เสียอยู่เดิม อัตราการปฏิเสธอยู่ที่ 86% และในความเป็นจริงอาจสูงถึง 90% ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างชัดเจน แม้แต่ SME ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือกลุ่ม 30% แรก ก็ยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพียง 21% ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในระดับประสิทธิภาพเดียวกัน สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สูงถึง 61%
นายวิทัย กล่าวอีกว่านอกจากข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแล้ว SME ยังมีต้นทุนทางการเงินสูงกว่าบริษัทรายใหญ่อย่างมาก โดยต้นทุนดอกเบี้ยของ SME เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.9% ขณะที่บริษัทรายใหญ่เฉลี่ยประมาณ 3% ส่งผลให้เกิดความแตกต่างด้านศักยภาพในการเติบโต และทำให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ที่ธุรกิจรายใหญ่ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะที่ SME รายย่อยมีแนวโน้มอ่อนแอลง โดย อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของ SME ที่พุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 9–9.5% เทียบกับรายใหญ่ที่มี NPL ต่ำกว่า 2 % และจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงินกังวลเรื่องต้นทุนความเสี่ยง (Credit cost) จนไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบสัดส่วนของกลุ่มธุรกิจซอมบี้ (Zombie firms) หรือผู้ประกอบการที่มีกำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2 % เป็นเกือบ 6 %
ทั้งนี้จากปัญหาดังกล่าว ธปท.จึงมองว่าการแก้ไขต้องลดต้นทุนและความเสี่ยงของระบบสินเชื่อ พร้อมสร้างกลไกใหม่เพื่อเชื่อมโยง SME ที่มีศักยภาพเข้ากับแหล่งเงินทุน โดยเตรียมดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ เรื่องที่ 1. Credit Portal เปิดตลาดกลางเชื่อม SME กับผู้ให้กู้ โดยออกแบบให้เป็นตลาดกลางที่เชื่อมโยง SME ที่มีศักยภาพเข้ากับผู้ให้บริการทางการเงิน ทั้งธนาคารและ Non-bank โดยคาดจะออกสิ้นปีนี้ เรื่องที่ 2. กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ ลดความเสี่ยงแบงก์ เช่นเดียวกับกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. โดย ธปท.คาดว่าจะเสนอเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 3-4 เดือน และหวังว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า และเรื่องที่ 3. ใช้ Alternative Data เปิดทาง SME ไร้ประวัติ ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญคือการนำข้อมูลทางเลือก หรือ Alternative Data มาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของ SME
“การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าไม่สามารถช่วยเหลือ SME ได้ทุกราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) ที่ขาดศักยภาพในการปรับตัว มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าสินค้านำเข้าจากจีน หรือกลุ่มซื้อมาขายไปที่ถูกแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาแย่งตลาด ซึ่งจำเป็นต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดย ธปท. จะมุ่งเป้าให้ความช่วยเหลือไปยังกลุ่ม SME ที่ยังมีศักยภาพและสามารถเติบโตได้ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ราว 38 % “
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

