กมธ.คุ้ยเส้นเงินสมีโชติ ตามยึด215ล. โยงเช่าพระ-บูรณะวัด ตร.ล็อกเป้า2กลุ่มใหญ่

กมธ.ฟอกเงินฯจ่อถกปมเงินวัดพุทไธศวรรย์ 215 ล้านบาท จี้ปปง.เช็คเส้นทางการเงิน-ลุยยึดทรัพย์คืน ด้าน ผบช.ก.เผยให้พนักงานสอบสวนเดินหน้าขยายผลทางคดี จ่อตรวจสอบ 2 กลุ่มบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง รับโอนเงินจากอดีตเจ้าอาวาส คาดใช้เวลารวบรวมหลักฐานไม่เกิน 30 วัน หรือเร็วสุด 2 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการ (กมธ.) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร และ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.เตรียมนำกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่การพิจารณาของกมธ.เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกรอบอำนาจหน้าที่ของ กมธ.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีรายงานว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานส่งมอบให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังจากพบข้อมูลธุรกรรมเกี่ยวกับเงินบริจาค เงินจากการเช่าบูชาพระเครื่อง และเงินเพื่อการบูรณะวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินตลอดจนขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลอื่นที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวพันกับเส้นทางการเงิน การโอน และการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงการตรวจสอบว่าธุรกรรมหรือทรัพย์สินเหล่านั้นเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของกมธ.โดยตรงในการศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริง
นอกจากนี้การพิจารณาของกมธ.จะมุ่งเน้นติดตามกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง การติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าจะไม่ก้าวล่วงการดำเนินคดีหรือการพิจารณาความผิดของบุคคล ซึ่งถือเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
“เรื่องนี้มีจำนวนเงินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก และเป็นกรณีที่ประชาชนรวมถึงสังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง กมธ.จึงเห็นควรติดตามว่าการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินมีความคืบหน้าอย่างไร เงินและทรัพย์สินถูกนำไปยังบุคคลหรือบัญชีใดและหากพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่” นายพิทักษ์เดช กล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกมธ.เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และนำไปสู่การติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกลับคืนมาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตภายในวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น ทาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) มอบหมายให้พนักงานสอบสวน บก.ป.เดินหน้าขยายผลต่อเนื่อง ภายหลังพบประเด็นที่ต้องตรวจสอบเกี่ยวกับบุคคลอื่นที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด นอกเหนือจากอดีตเจ้าอาวาส
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่2 กลุ่มสำคัญ โดยกลุ่มแรกเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมให้การสนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง และกลุ่มที่ 2เป็นบุคคลที่รับโอนทรัพย์สินหรือเงินจากอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกี่ราย แต่หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยไม่ต้องเรียกบุคคลนั้นมาสอบสวนก่อน หากพบว่าพยานหลักฐานมีความชัดเจนเพียงพอ พนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลออกหมายจับทันที
สำหรับคดีนี้คาดว่าจะใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลทางคดีประมาณ 30 วัน หรืออย่างเร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ เชื่อว่าจะเริ่มเห็นความเชื่อมโยงถึงบุคคลและเส้นทางการเงินชัดเจนมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

