แก้ผ้าลุงแซม : จากผลพวงแห่งความคับแค้นสู่ถนนสายความทรงจำ


หัวมุมถนนแจ็คสันตัดกับถนนมิชิแกนในชิคาโก มีป้ายเล็กๆ ระบุว่า ณ ที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของถนนสายที่ 66 หลายคนรู้จักในฐานะที่เป็นถนนสายหลักสายแรกในอเมริกา แต่ไม่รู้ว่ามีนักเขียนอเมริกันคนหนึ่งรักถนนสายนี้มาก จอห์น สไตน์เบ็คนำไปใส่ไว้ในฉากนิยาย The Grapes of Wrath หรือชื่อไทยคือ ผลพวงแห่งความคับแค้น
ผลพวงจาก The Grapes of Wrath ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นถนนสายศรัทธาและความหวัง จนขนานนามถนนว่า The Mother Road เพราะถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยความฝันและความหวังอย่างแท้จริง ช่วงดีเพรสชั่นในอเมริกายุค 1930 เศรษฐกิจตกต่ำทั้งประเทศ บวกกับเจอ Dust Bowl เกิดฝุ่นคลุ้งมืดฟ้ามัวดินปกคลุมบริเวณเพาะปลูกในรัฐทางภาคใต้ ทำให้เกิดความแห้งแล้ง เพาะปลูกอะไรไม่ขึ้น
Dust Bowl คือความหายนะอันเลวร้ายที่สุดและยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา ทำให้ชาวไร่แถบแนวถนนสายที่ 66 ในรัฐทางใต้ทิ้งบ้านเรือนไร่นา เพราะเพาะปลูกไม่ได้ แห้งแล้งทุกหัวระแหง เดินทางสู่แคลิฟอร์เนียเพื่อของานทำ ร่อนเร่ไร้จุดหมาย หรือไม่ก็เดินทางขึ้นไปชิคาโก ซึ่งเป็นเมืองโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ถนนสายที่ 66 จึงเป็นถนนที่ผู้คนเดินทางด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น นั่นคือโอกาสหนที่สองในชีวิตที่ไปพ้นจากความลำบากยากแค้น
ฉากในหนังสือบรรยายภาพบรรดาคนจรหมอนหมิ่นผู้สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะเจอภัยความอดอยากในยุคดีเพรสชั่น 1930 และจาก Dust Bowl มุ่งหน้าสู่แคลิฟอร์เนีย เพื่อของานตามสวนผลไม้ในย่านหุบเขาซาลีนาส ของานทุกอย่างที่สามารถทำได้ ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยทั่วแคลิฟอร์เนีย
ถนนสายที่ 66 ลากยาวเริ่มจากชิคาโกแล้วไปทั่วรัฐอิลลินอยส์ จริงๆ แล้วอิลลินอยส์นี่เป็นรัฐเพื่อนบ้านผู้เขียนนี่เอง อยู่ในโซนมิดเวสต์อันหนาวเย็นเค้นไข่ ปาดเฉียงไปทางตะวันตกเฉียงใต้เข้ารัฐมิสซูรีแล้วลงสู่รัฐแคนซัส จากนั้นเข้าสู่โอกลาโฮมา แวะเท็กซัสเข้าสู่รัฐนิวเม็กซิโกแล้วเลยไปแอริโซน่า วกเลียบชายฝั่งแปซิฟิกเข้าสู่แคลิฟอร์เนียจนสิ้นสุดที่ซานตาโมนิกา
ผ่าน 3 เขตเวลา 8 รัฐ คือถนนลาดยาวสายที่เชื่อมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน นับเป็นถนนสายตำนานและได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดตั้งแต่ในประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน ปรากฎอยู่ในวรรณกรรมอเมริกันมากมาย นอกจากนี้ยังปรากฎในเรื่องเล่า บทเพลง ภาพยนตร์ และรายการทีวี
บนเส้นทางถนนสายที่ 66 เต็มไปด้วยเมืองเล็กๆ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่ถูกหลงลืม รวมทั้งบรรดาเมืองผีหรือ Ghost Town
เมืองที่เรียกว่าเมืองผีฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วเมืองเหล่านี้ผุดพรายตามเส้นทางของคนงานเหมือง กระจายอยู่ที่นั่นที่นี่ จนกระทั่งเหมืองเหล่านี้ปิดตัวลง คนงานต่างย้ายออกจากเมืองจนทำให้เมืองเหล่านี้กลายเป็นเมืองร้าง เลยได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองผี
ถนนเส้นนี้ระยะทางเกือบ 4000 กิโลเมตร สร้างช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประมาณ ค.ศ.1926 ตอนแรกถือเป็นถนนสายหลักพาดผ่านกลางประเทศ ต่อมาอเมริกาสร้างถนนเพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะพวกเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ต่างๆ ผู้คนเลยเริ่มห่างเหินจากถนนสายที่ 66 ไปโดยปริยาย เพราะไปเส้นอื่นใช้เวลาเดินทางสั้นกว่ามาก จนทำให้ถนนสายที่ 66 ถูกถอดออกจากระบบทางหลวงของอเมริกาในปีค.ศ.1985
ไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ต่างขนานนามถนนนี้ว่าเป็นถนนสายความหวัง เพราะแววตาของทุกผู้นามที่สัญจรบนถนนเส้นนี้ล้วนเต็มไปด้วยความฝันและความหวัง
การเดินทางเพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าในชีวิตคือวิถีอเมริกันทุกยุคสมัย ถนนสายที่ 66 กลายเป็นถนนสายความหวัง ดังปรากฎในบทเพลง Route 66 ของ Bobby Troup ซึ่งโด่งดังทั้งอเมริกาจากการขับร้องของ Nat King Cole จริงๆ แล้วเพลงนี้มีชื่อเต็มคือ Get your kicks on Route 66 แต่คนมักรู้จักในชื่อ Route 66
เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอบนถนนสายนี้ตั้งแต่ชิคาโกไปจนถึงแอลเอ เพลงนี้โด่งดังจนได้รับการบันทึกเสียงใหม่จากนักร้องดังหลายคน อย่าง เดอะ โรลลิ่ง สโตนและแวน เมอริสัน
ทางหลวงเส้นนี้มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น The Main Street of America The Mother Road และ Will Rogers Highway ในปี คศ.1956 กฎหมายทางหลวงแห่งชาติให้สร้างระบบทางหลวงเชื่อมรัฐทั่วประเทศ ทำให้ผู้คนหันไปใช้ถนนใหม่มากขึ้น ถนนสายที่ 66 ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ

