คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘วิบากกรรม’ของ‘เป๋าไอลอว์’
ผลการลงมติของ กกต.ชุดใหญ่ 7 คน ผ่านมาได้สองวัน ยังไม่ทันที่ผู้ถูกกล่าวหา 77 คน จะถูกยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ก็ปรากฏว่า “เป๋าไอลอว์” หรือนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หนึ่งในผู้ที่นำสำนวนสอบสวนคดี“ฮั้วเลือก สว.”ของ “คณะไต่สวนชุดที่ 26” อันเป็นเอกสารลับทางราชการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ กลับเป็นคนแรกที่กลายเป็น“ผู้ต้องหา”ในคดีอาญาถึง“สองคดี”
“คดีแรก” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และนายศุภชัยได้ส่งไม้ต่ออีกทอดหนึ่งให้นายสิทธิโชค สิงหเสนี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพต่อศาล ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณีที่ก่อนหน้านี้นายยิ่งชีพได้กล่าวหานายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ“ขบวนการฮั้วเลือก สว.”
เรื่องนี้นายสิทธิโชค สิงหเสนี ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา หลังการยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบอำนาจแต่งตั้งตน ในฐานะทีมทนายความ ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ จากกรณีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายยิ่งชีพได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา โดยมีเนื้อหากล่าวพาดพิงว่านายอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องกับ“ขบวนการฮั้วเลือก สว.” และว่าคดีนี้ยื่นฟ้องในนามนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ2672/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เวลา 09.00 น.
ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปก่อนจะเป็นคดีความ โดยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้นำหลักฐานบางส่วนซึ่งได้มาจากสำนวนสอบสวนของ“คณะไต่สวนชุดที่ 26”ไปมอบให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่รัฐสภา พร้อมกับมีการเปิดเผยต่อสื่อว่า จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของ“ไอลอว์”พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้งรัฐมนตรีและบุคคลอื่นของพรรคภูมิใจไทยอีก 8 คน ว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับ“ขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว.”
เมื่อผู้สื่อข่าวนำถ้อยคำที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ระบุถึงไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายอนุทินก็ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันโดยปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ“ขบวนการฮั้วเลือก สว.” และยังเปิดเผยด้วยว่า ได้มอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ดำเนินการยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อนายยิ่งชีพ และจะไม่มีการยอมความโดยเด็ดขาด ซึ่งนายอนุทินให้เหตุผลว่า เนื่องจากการกล่าวหาแบบนี้ทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเกิดความเสียหาย
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เมื่อเห็นว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล “ใช้ไม้แข็ง” ก็ได้ออกมาพูดแบบ“ปากกล้าแต่ขาสั่น” โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่า “ขอเขียนยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม ผมไม่เคยอยากถูกฟ้อง และไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลยเพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี แต่เพราะผมเห็นว่ามันเป็นมาตรฐานการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และไม่สง่างามต่อท่านเอง”
นอกจากนั้น นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยังได้สำทับในทำนองขู่กลับนายอนุทิน ชาญวีรกูล อีกว่า “หากท่านทบทวนแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทจริง เพราะท่านเห็นว่ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างไร และทำให้ท่านเสียหายโดยไม่สามารถเยียวยาความเสียหายของท่านได้โดยวิธีการชี้แจงต่อสาธารณะ ผมก็พร้อมที่จะนำข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในมือมากมายในวันนี้ และที่จะเพิ่มเติมอีกได้ในอนาคต เอาขึ้นพิสูจน์ในชั้นศาลครับ หากท่านตัดสินใจจะต้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ผมก็จะขอร้องท่านอีกด้วยว่า มาสร้างบรรทัดฐานการดำเนินคดีที่ดีด้วยกันครับ”
บรรทัดฐานที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยอ้างว่าเป็นการ “เล่นแบบแฟร์เกม” จากการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กมีทั้งหมด 4 ประการด้วยกัน ซึ่งประการที่สำคัญก็คือ “อย่าใช้ตำรวจและกลไกของรัฐเป็นเครื่องมือ ท่านนักการเมืองทั้งหลายมีต้นทุนทางสังคม และมีทรัพยากรด้านการเงินอยู่แล้ว ขอให้จ้างทนายความยื่นฟ้องต่อศาลเอง ออกค่าใช้จ่ายเองหรือพรรคออกให้ เพราะตอนนี้ท่านมีอำนาจเป็นรัฐบาลอยู่ การแจ้งความต่อตำรวจหรืออัยการเพื่อให้ดำเนินคดีแทนท่าน โดยที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเหล่านี้ก็เป็นข้าราชการทำงานภายใต้รัฐบาลนี้ เป็นการใช้กลไกของรัฐมาสนับสนุนเรื่องชื่อเสียงส่วนตัวของท่านเองครับ เพราะผมในฐานะฝ่ายจำเลย ก็ต้องใช้ทรัพยากรของผมเองครับ”
ดังนั้น เมื่อเวลาทอดออกมาจนถึงวันนี้เกือบสองเดือน การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบอำนาจแต่งตั้งให้นายสิทธิโชค สิงหเสนี เป็นทีมทนายความยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จึงถือว่าเป็นการ“เล่นแบบแฟร์เกม”ตามบรรทัดฐานที่นายยิ่งชีพเรียกร้อง คือไม่ได้ใช้“กลไกของรัฐ” แต่ใช้ทีมทนายความฟ้อง“ในนามนายกรัฐมนตรี” และฟ้องภายหลังจาก“กกต.ชุดใหญ่ 7 คน”มีมติสั่งไม่ฟ้องนายอนุทินแล้ว จึงไม่ถือว่านายอนุทิน“ฟ้องปิดปาก” ตามที่นายยิ่งชีพพยายามจะกล่าวหาฝ่ายที่เป็นโจทก์อีกด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ ยังมีอีก“หนึ่งคดี”ที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จะต้องเผชิญ ฐานนำสำนวนสืบสวนไต่สวน“คดีฮั้วเลือก สว.”ของ“คณะไต่สวนชุดที่ 26” อันเป็นเอกสารทางราชการที่มีชั้นความลับไปเผยแพร่ ซึ่ง“ดีเอสไอ”และ กกต.ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด
โดยที่คดีนี้อยู่ในมือของกองบังคับการปราบปรามเรียบร้อยแล้ว
คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ระหว่าง“คดีฮั้วเลือก สว.” กับ“คดีเป๋าไอลอว์” คดีไหนจะ“Endgame”ก่อนกัน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

