คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

สามพันกว่าปีของยิว (จบ)
ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ.1948 ที่ยิวรบกับ 5 ชาติอาหรับ ได้แก่ อียิปต์ จอร์แดน อิรัก ซีเรีย และเลบานอน เป็นสงครามตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกและวันแรก ก็เป็นบทเริ่มต้นของ “มหากาพย์สงครามยิวรบกับอาหรับ” ที่กลายเป็น “สงครามที่ไม่มีวันจบ”
“จบไม่ได้” เพราะยิวต้องการสร้างหลักประกันให้แก่ประเทศตนเองว่า “ยิวจะไม่ยอมสิ้นชาติอีกต่อไป”
บวกกับ “เป้าหมายที่ซ่อนอยู่ในใจลึกๆ ยิวต้องการขยายดินแดนให้กว้างใหญ่เท่ากับยุคโซโลมอน เมื่อ 3,000 ปีก่อน” ที่กว้างไกลกว่าปัจจุบันถึง 5 เท่า
โลกเริ่มเห็น “ยิวขยายดินแดนอย่างดุฉกรรจ์” โดยรัฐบาลยิว “เปิดไฟเขียว” ให้ชาวยิวตั้งนิคมหรือชุมชนชาวยิวบุกรุกดินแดนชาวอาหรับที่อยู่ในปาเลสไตน์ตะวันออกอย่างละเมิดกฎหมายถึง 100 กว่าชุมชนและจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
“แม้ชาติต่างๆ ทั่วโลกจะพากันทักท้วงว่า “ยิวรุกราน” ยิวก็ไม่สนไม่แคร์การ “ก่นด่า” ของนานาชาติ แถม
รัฐบาลยิวยังปกป้องชุมชนของตนที่บุกรุกอาหรับ หากถูกทำร้าย ก็จะตอบโต้และเข่นฆ่าชาวอาหรับแรงกว่าถึง 10 เท่า”
หลังจาก “สงครามบาดหมางแบบย่อยๆ” เกิดขึ้นหลายทศวรรษแล้วในที่สุด “สงครามครั้งใหญ่” ระหว่างยิวกับนักรบฮามาสชาวอาหรับก็เกิดขึ้นในเดือน ตุลาคม ค.ศ.2023 โดยสหรัฐอเมริกาหนุนยิวอย่างออกหน้าเต็มพิกัด ส่งอาวุธให้ยิวทำลายล้างชนวนกาซาอย่างดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ด้วยการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Massacre)” อย่างต่อเนื่องหลายปี
จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ.2026 ชาวกาซาทั้งชายหญิงและเด็กๆ รวมถึงผู้เฒ่าทั้งหลายถูกยิวฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตายไปเกือบ 90,000 ศพ และบาดเจ็บเดี้ยงพิการไปตลอดชีวิตอีกกว่า 200,000 ราย จนนานาชาติต่างประณามยิวอย่างดุฉกรรจ์ทั้งพิภพแม้แต่ผู้เฒ่าเนทันยาฮู ผู้นำยิวและขุนศึกตัวเอ้ เอ้ อีกหลายรายก็ถูกศาลโลกออกหมายจับ เป็นอาชญากรสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แต่ยิวไม่สน เพราะรู้ว่า “ไม่มีใครจะกล้าเข้ามาจับผู้เป็นอาชญากรสงครามเหล่านั้น”
“หลังจากนักรบฮามาสสิ้นฤทธิ์และชาวกาซาที่ยังไม่ตายไร้ทางตอแยกับยิว ทหารยิวก็หยุดเข่นฆ่าชาวกาซาต่อไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา”
แต่สงครามหาจบไม่ ยิวเฒ่าเนทันยาฮู กอดคอกับผู้เฒ่าทรัมป์แห่งอินทรีหัวขาว เปิดสงครามรุกรานและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายต้องการบดขยี้อิหร่านให้เป็นผุยผง “สิ้นฤทธิ์” ที่จะแก้แค้นให้ชาวอาหรับทั้งหลาย ด้วยการ “ลบประเทศอิสราเอลให้หายไปจากแผนที่โลก”
“สงครามทรัมป์บุกอิหร่าน” ผ่านมาเข้าสู่เดือนที่ 8 แล้วทั้งยิวและอินทรีหัวขาวก็บดขยี้อิหร่านไม่สำเร็จ”
แม้อีกไม่นาน ทรัมป์และเนทันยาฮูจะพักรบและพักเหนื่อยกับอิหร่าน คนทั้งโลกต่างก็รู้ว่า เป็นการหยุดรบชั่วคราว แล้วที่สุด “มหากาพย์สงครามในตะวันออกกลางก็จะระเบิดขึ้นอีก”
“หลายปีที่อิสราเอลกลายเป็น “อาณาจักรสงคราม” ชาวยิวจำนวนไม่น้อยที่กลัวตาย กลัวสงครามและไม่อยากมีชีวิตแบบครึ่งผีครึ่งคนทำให้ผู้คนเหล่านั้นต่างพากันทิ้งประเทศหนีออกจากอิสราเอลไปปักหลักชีวิตในแผ่นดินอื่นอย่างสุดกระหน่ำ นับจำนวนหลายแสนคนแล้ว”
นอกจากสหรัฐ แคนาดาและอีกหลายประเทศคือเป้าหมายที่จะไปใช้ชีวิต “ประเทศไทย” คือหนึ่งเดียวในชาติเอเชียที่ยิวมีเป้าหมายอันแน่ชัด เห็นเป็น “ดินแดนขวานทองอันรุ่งเรือง” ที่จะอ้างว่าเป็น “ดินแดนแห่งพันธสัญญา (Philistia)” ที่ “พระเจ้าได้กระซิบข้างหูชาวยิว” ไว้ว่า “พวกสูเจ้าจงไปอยู่ในดินแดน “Thailand Fertile Crescent” เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ฮีบรูไม่ให้สูญพันธุ์
“ขืนอยู่ในประเทศอิสราเอลในตะวันออกกลางต่อไป “มหากาพย์แห่งสงคราม” ชาวยิวที่นั่นจะสูญพันธุ์แน่”
สำหรับชาวสารขัณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่ต่างมี “เลือดชาตินิยม” วิ่งพล่านอยู่ในหัวใจและร่างกายอย่างเข้มข้น ทุกคนอยากถาม“ยิวพเนจร” ว่า แน่ใจแล้วหรือจะยึดดินแดนขวานทองของไทยเป็น “ดินแดน Fertile Crescent” ได้สำเร็จ?
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

