สตภ.1 ผสานพลัง 6 จังหวัดขับเคลื่อน ‘การตรวจสอบเชิงสร้างสรรค์’ยกระดับการใช้เงินแผ่นดินคุ้มค่า

สตภ.1 พระนครศรีอยุธยา ลุยขับเคลื่อน ‘การตรวจสอบเชิงสร้างสรรค์’ ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลาง มุ่งถอดบทเรียนเปลี่ยน ‘ข้อตรวจพบ’ เป็น ‘คราดความเสี่ยง’ เพื่อการใช้เงินแผ่นดินอย่างคุ้มค่า
ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 1 (สตภ.1) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด (สตจ.) ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี และนครนายก เดินหน้าขับเคลื่อนงานตรวจสอบภาครัฐภายใต้แนวคิดใหม่ โดยมุ่งหวังให้ผลการตรวจสอบไม่อยู่เพียงแค่การชี้ข้อบกพร่อง แต่สามารถนำมาใช้เป็น ‘บทเรียนเพื่อป้องกันความเสี่ยง’ และยกระดับการบริหารเงินกับทรัพย์สินของรัฐในระดับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ภาพรวมจากงานตรวจสอบสะท้อนความเสี่ยงหลายมิติ ตั้งแต่การกำหนดราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญา การควบคุมและตรวจรับงานก่อสร้าง การบริหารทรัพย์สิน การจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น การจ่ายสวัสดิการ ตลอดจนการควบคุมภายใน โดยหลายกรณีชี้ให้เห็นว่า หากหน่วยงานสามารถบริหารความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง ย่อมช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายและทำให้การใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทางด้าน สตจ.พระนครศรีอยุธยา ได้สะท้อนบทเรียนตั้งแต่การตรวจสอบราคาจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะกรณีจัดจ้างเสาไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ในราคาสูงกว่าที่กำหนดไว้ในบัญชีนวัตกรรมไทย ซึ่งเกิดความเสียหายกว่า 943,000 บาท ชี้ให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบราคากลางและรายละเอียดราคาก่อนทำสัญญา ขณะที่ สตจ.อ่างทอง และ สตจ.ลพบุรี ให้ความสำคัญกับคุณภาพงานก่อสร้างและการตรวจรับ โดยผลการตรวจสอบสะท้อนความจำเป็นในการเพิ่มความรู้ทางเทคนิคแก่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับ การตรวจสอบรายละเอียดของแบบก่อสร้างอย่างรอบคอบ ตลอดจนการตรวจสอบสิทธิและการขออนุญาตใช้พื้นที่ก่อนดำเนินโครงการ
สำหรับ สตจ.สระบุรี ได้มองความเสี่ยงตลอดวงจรการบริหารภาครัฐ ตั้งแต่ราคากลางและการบริหารสัญญา ไปจนถึงการดูแลครุภัณฑ์และฐานข้อมูลภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่วน สตจ.นครนายก ผลการตรวจสอบสะท้อนความสำคัญของการบริหารสัญญาเชิงรุก เช่น งานซ่อมแซมถนนที่พบทั้งการเริ่มงานล่าช้า ความแตกต่างของปริมาณงาน และผิวทางแตกร้าวในช่วงประกัน และ สตจ.ปราจีนบุรี ได้ขยายมุมมองการตรวจสอบไปสู่การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและทรัพย์สินของแผ่นดิน ผ่านกรณีการขุดลอกแหล่งน้ำในลักษณะ ‘ขุดลอกดินแลกน้ำ’ ซึ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนควบคู่กัน
จากจุดร่วมของความเสี่ยงดังกล่าว สตภ.1 จึงมุ่งเน้นการขยับบทบาทจาก ‘ข้อตรวจพบ’ ไปสู่ ‘การป้องกัน’ โดยใช้ข้อมูลจากงานตรวจสอบของทั้ง 6 จังหวัดถ่ายทอดกลับไปยังหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขจุดอ่อนก่อนที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรง
ด้าน ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สตภ.1 เปิดเผยว่า นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ยกระดับการตรวจเงินแผ่นดินผ่านแนวคิดสมัยใหม่ เช่น การนำ OKRs มาปรับใช้ ควบคู่กับการผลักดันแนวคิด ‘การตรวจสอบเชิงสร้างสรรค์’ (Constructive Audit) ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการบอกว่าหน่วยงานทำผิดตรงไหน แต่ต้องช่วยให้เห็นว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน จะป้องกันอย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้เงินและทรัพย์สินของรัฐได้รับการบริหารอย่างถูกต้อง คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
























