หุ้นเด่น : 2 ตุลาคม 2569

‘โมเมนตัมการดำเนินงานดีขึ้น’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) การดำเนินงานธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารดีขึ้น
จากการได้พูดคุยกับผู้บริหารล่าสุด เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานของ MINT โดย RevPAR ของธุรกิจโรงแรมใน 3Q69F ยังคงแข็งแกร่ง นำโดยมัลดีฟส์ (+20-30% YoY), ไทย (เลขสิบกลางๆ) และยุโรป (+6%) ส่วนใน 4Q69F ยอดจองล่วงหน้าปัจจุบันของ RevPAR ในยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นเลขต่ำถึงกลางหลักเดียว และในไทยก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่เลขกลางๆ หลักเดียว แต่ที่มัลดีฟส์ทรงตัว YoY ขณะที่ MINT ยังคงเร่งกลยุทธ์รับจ้างบริหาร (asset-light) โดยตั้งเป้าทำสัญญาบริหารจัดการใหม่ๆ 50 แห่ง ในปี 2569F (เซ็นสัญญาแล้ว 40 แห่ง YTD) และ 80 แห่งในปี 2570F ซึ่งน่าจะเพิ่มสัดส่วนโรงแรมแบบรับจ้างบริหารขึ้นเป็น 50% ของพอร์ตในปี 2571F จากปัจจุบันที่ 30% ด้านธุรกิจร้านอาหารพบว่า SSSG ในไทยในเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569 อยู่ที่ราว +5% นำโดย Dairy Queen, Swensen’s และ Bonchon ขณะที่จีนทรงตัว แต่ออสเตรเลียและสิงคโปร์ลดลง 1-2% YoY
ผู้บริหารคาดว่า EBITDA margin จะอ่อนตัวลง (ใกล้เคียงกับประมาณการปี 2569F ของเราที่ 26%) จาก 28.9% ในปี 2568 และ 26.5% ใน 1H69 ส่วน margin ธุรกิจโรงแรมเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกลบผลบวกจาก RevPAR ที่เติบโตดีได้เกือบทั้งหมด ขณะที่ต้นทุนพลังงานเป็นประเด็นที่น่ากังวลน้อยลง เพราะว่า MINT ได้ทำการป้องกันความเสี่ยง (hedging) ปี 2569 ตามกำหนด และปี 2570F ราว 45-70% ของข้อกำหนดไว้แล้ว ส่วนธุรกิจร้านอาหาร เราคาดว่า margin จะทรงตัว แม้ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จะสูงขึ้น โดยหนุนจากรายได้เติบโตดีต่อเนื่อง
MINT ยังคงลดระดับหนี้ผ่านการ refinancing และการจำหน่ายสินทรัพย์ โดยคาดว่าต้นทุนการเงินปี 2569F จะลดลงอยู่ที่ 4.1-4.2% จาก 4.29% ปี 2568 ด้านหุ้นกู้ที่ไม่มีกำหนดวันไถ่ถอน (perpetual bonds) มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท/1.05 หมื่นล้านบาท ในปี 2570F/71F ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนราว 6% อาจสามารถ refinance ได้ในอัตราต่ำกว่า 5% นอกจากนี้ MINT ยังตั้งเป้าหมายดำเนินการจำหน่ายสินทรัพย์ในยุโรปออกไปให้แล้วเสร็จภายใน 1Q-2Q70F ภายใต้รูปแบบการขายแล้วรับกลับมาบริหารจัดการต่อ (sale-and-manage-back) โดยจะนำเงินที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์ 100% ไปใช้ชำระหนี้ การที่ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการมากขึ้น และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงน่าจะชดเชย EBITDA ที่สูญเสียไปได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะช่วยจำกัดผลกระทบต่อกำไร ขณะเดียวกันก็ยังหนุนการ deleveraging ต่อเนื่องด้วย
Valuation & action
เราคาดกำไร 3Q69F จะดีขึ้นเล็กน้อย QoQ และยังเติบโต YoY ต่อเนื่อง ขณะนี้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2570F ที่ 8x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 S.D.)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

