ตามคุ้ยต่อ‘ไอเดียร์-สามี’ ‘โรม’ไม่ถอย ประสานปปง.ร่วมสอบ ศิริโชคสาวลึกเส้นเงิน

ตามคุ้ยต่อ‘ไอเดียร์-สามี’
‘โรม’ไม่ถอย
ประสานปปง.ร่วมสอบ
ศิริโชคสาวลึกเส้นเงิน
“โรม” ยืนกราน ชี้โอกาสดี “สส.ไอเดียร์-สามี” พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยันกมธ.กฎหมายฯนัด 7 ตุลาคม ลุยขยายผลปมฟอกเงิน-คริปโตฯ “ศิริโชค” ผสมโรงตามกระทุ้ง จี้เคลียร์ปมเส้นเงินให้ชัด
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ถึงเตรียมเชิญน.ส.สุดาชา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยและนายซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลียของน.ส.สุชาดา ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เข้าชี้แจงในกมธ.การกฎหมายฯในวันที่7 ตุลาคมนี้ว่าจริงๆแล้วก็เป็นวาระที่เราจะตามต่ออยู่แล้ว ในเรื่องของกรณีสินบน 40ล้านบาทซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของน.ส.สุชาดากับสามีเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากประเด็นเรื่องสินบน 40ล้านบาท เพียงแค่รอบนี้เราอาจจะขยายประเด็นให้มันครอบคลุมไปถึงในมิติของการป้องกันการฟอกเงินในเรื่องของการใช้คริปโทเคอร์เรนซีในลักษณะดังกล่าวด้วย
“ดังนั้น นอกจากเราจะเชิญน.ส.สุชาดากับสามี เราก็จะมีการเชิญผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มาด้วยเพื่อที่จะได้เคลียร์ตรงนี้ ด้านหนึ่ง เราต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องการฟอกเงิน ปัญหาเรื่องคริปโทฯ รวมถึงการเชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะต่างๆมันมีความสำคัญ”นายรังสิมันต์ ย้ำ
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่าตนคิดว่าตลอดช่วงเย็นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้สังคมก็ดูให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากจึงคิดว่า จำเป็นที่จะต้องเชิญมาให้ข้อมูลขณะที่อีกด้านคือทั้งน.ส.สุชาดาและสามีก็สามารถที่จะให้การกับทางกรรมาธิการได้อยู่แล้วเพราะน.ส.สุชาดาเขายืนยันว่าเขาบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิด ตนก็คิดว่านี่คือโอกาสที่ดีในการที่จะได้นำข้อมูลในฝั่งของน.ส.สุชาดามานำเสนอต่อทางกรรมาธิการ
เมื่อถามว่าทำไมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงเลือกที่จะไม่ถอนคำพูด เพราะน.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก็บอกว่าหากไม่ถอนคำพูด จะต้องออกจากห้อง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิกของน.ส.มัลลิกาที่ไม่ได้วินิจฉัยตามข้อบังคับ คือเวลาที่เราจะดูข้อบังคับว่าทำผิดข้อบังคับอะไร ต้องว่ากันด้วยว่าตกลงแล้วผิดอะไร ถ้าจะแฟร์ๆ คือหากเราไปดูเริ่มต้นนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)เขากล่าวร้ายถึงสมาชิกพรรคพรรคประชาชน3คนโดย 2คนแรกอยู่ในกระบวนการที่เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว เราไม่ได้มาเถียงว่าผิด หรือไม่ผิดยังไง
“แต่จริงๆก็ต้องบอกว่ามันอยู่นอกวาระที่เรากำลังพูดคุยกันคือเรื่องสินบน40ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งคน อันนี้ผิดไปใหญ่เพราะเขาไม่ได้เป็นสส. ผิดแบบอย่างไม่น่าให้อภัย แต่เราเห็นปฏิกิริยาอะไรของน.ส.มัลลิกาบ้างหรือไม่ก็ไม่มี ดังนั้นเมื่อมันเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าหากจะให้ผมถอนคำพูดเราก็คงไม่สามารถที่จะยอมรับได้”
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการถกเถียงกันถึงเรื่องผู้หญิง แมน ไม่แมนด้วย รู้สึกยังไงบ้างนายรังสิมันต์ กล่าวว่าตนถูกเชิญออกจากห้องประชุม แต่ว่าหน้าที่ตน ตนว่ามันไม่ใช่เรื่องเพศในสภา แต่หน้าที่ตน คือ การต้องตรวจสอบ จะเป็นนักการเมือง เป็นสส. เป็นรัฐมนตรี ก็ต้องตรวจสอบ ดังนั้น หากเราตรวจสอบไปแล้ว แล้วหากพบการกระทำความผิด ก็ต้องดำเนินการ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเพศแน่ๆ ดังนั้น การหยิบเรื่องเพศ หรือเรื่องอะไรแบบนี้มา มันจะทำให้ในวันหนึ่งข้างหน้าเวลาที่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศจริงๆ น้ำหนักมันจะน้อยลง
ด้านนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง“เพื่อนสามีถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่สามีไม่เกี่ยว” ตั้งข้อสงสัยที่มาเส้นทางการเงิน ไท่หยาง ซาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ว่า“ผมเห็นคำชี้แจงของคุณสุชาดาแล้วครับและประโยคนี้ยิ่งทำให้ผมคิดว่า สังคมควรได้คำอธิบายมากกว่าเดิมเพราะเรื่องที่ประชาชนกำลังถาม ไม่ใช่ว่า “ภรรยาเชื่อว่าสามีเป็นคนดีหรือไม่”
นายศิริโชค ยังได้ตั้งคำถามล่อแหลมอีก มากมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ในการเข้าแจ้งความครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่นายรังสิมันต์ ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งกระทู้ถาม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ถึงกรณีมีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรีจำนวน 40 ล้านบาท อาจเชื่อมโยงกับเรื่องสินบนสแกมเมอร์และพาดพิงว่าสามีของ น.ส.สุชาดา อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ เนื่องจากมีทรัพย์สินมากเกือบ 2,000 ล้านบาท และเนื่องจากการอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ วันดังกล่าวมีการถ่ายทอดสด
น.ส.สุชาดา กล่าวว่าเป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและขั้นตอนอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายที่พูดออกมาต้องได้รับผลของการกระทำและมองว่าคนที่ผิดก็ว่าไปตามผิดและการที่มาแจ้งความวันนี้แสดงถึงความมั่นใจว่า ตนและครอบครัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
“ยืนยันว่าสามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสแกมเมอร์ อาชีพเป็นนักธุรกิจที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากมีความสามารถหลากหลายด้านการลงทุน”น.ส.สุชาดา กล่าว และย้ำว่าที่มานี่ ก็หารือกับสามีแล้วและไม่ได้เตรียมตัวอะไรก็ต้องไปตามกระบวนการของกฎหมาย
เมื่อถามว่าสรุปสามีมีอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า“ก็มีลงไว้หลายบริษัทที่เขาลงทุน”เมื่อถามย้ำว่าจะบอกว่าสามีมีอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า“เป็นสามีไอเดียร์ได้ไหมคะเขาเป็นสตาร์ตอัพ เอกซิทได้จากนักลงทุนรายใหญ่ก็จบกันไป รายละเอียดก็บอกว่าลงทุนในบริษัทต่างๆจดทะเบียนถูกกฎหมายจะให้บอกว่ามีอาชีพอะไรก็เป็นการลงทุน ไม่มีเงินเดือน ทำงานในหลายๆด้าน” และยังได้กล่าวอีกว่า“ดิฉันแต่งงานกับสามี ก็มั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ทรัพย์สินที่เขามี มีมาก่อนที่จะแต่งงานด้วยซ้ำ ถ้าไม่มั่นใจ ไม่แต่งงานด้วยหรอก”
ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย สภาฯ เรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค.นี้ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ แต่หากมีเอกสารมาถูกต้อง ตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกอย่าง ก็พร้อมไปอยู่แล้ว
น.ส.สุชาดากล่าวถึงกรณีที่นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องที่มาของเงิน 2,000 ล้านบาท รวมถึงมีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินกับบริษัทที่ล้มละลายถึง 1,400 ล้านบาท โดยระบุว่า ใครชื่อศิริโชค ไม่รู้จัก ใครชื่อศิริโชค หนูอาจจะเกิดไม่ทัน นายศิริโชคเป็นอดีต สส. ควรจะมีความรู้ ในเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เนื่องจากตนได้นำเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างชี้แจงต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ไปหมดแล้ว หากไม่ถูกต้องคงไม่กล้ายื่น แต่เอกสารที่นายศิริโชคนำมาเปิดเผยนั้น ส่วนตัวไม่ทราบว่าเอามาจากไหนและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากตรวจสอบภายหลังพบว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องกลับเช่นกัน
เมื่อถามว่าเขาโพสต์ว่านายไท่หยาง ซาง สามีทำธุรกิจอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่าก็เป็นการตั้งสมมติฐาน เป็นความคิดของเขา ทุกๆข้อมูล ตนและทีมกฎหมายก็รวบรวมข้อมูลไปดำเนินคดีทางกฎหมายที่ทำได้ เมื่อไม่มีข้อมูลว่า สามีตนทำผิด บริษัทเขาตั้งที่ต่างชาติที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใสสูงมาก บางส่วนที่มีคนผิดก็ดำเนินคดีไปแล้ว บางส่วน เราก็เป็นผู้เสียหาย ถ้าผิด ก็คงโดนจับไปแล้ว ไม่ต้องรอมาถึงประเทศไทย
น.ส.สุชาดา กล่าวถึงการชี้แจงต่อต้นสังกัดพรรคว่าเรื่องนี้ยังเป็นความเสียหายส่วนตัว ยังไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำว่า หากไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องกลัวอะไร
น.ส.สุชาดากล่าวทิ้งท้ายว่า“ส่วนตัวมั่นใจในตัวสามีว่าเป็นคนดี เพราะถ้าไม่ใช่คนดี คงไม่แต่งงานด้วย แม้ที่ผ่านมาเพื่อนสามีจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่ตัวสามีก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง” ทั้งนี้ หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จน.ส.สุชาดาได้เดินทางกลับทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

