ซอกซอนตะลอนไป : อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน21)

ต่อมาในปี 1791 จักรพรรดินี แคทเธอรีนมหาราช ของรัสเซีย ก็ออกประกาศพระราชกฤษฎีกา จำกัดเขตที่อยู่อาศัยของชาวยิว และขับไล่ชาวยิวออกจากพื้นที่ส่วนกลางของรัสเซียอีกด้วย
เหตุผลหลักก็คือ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพ่อค้าชาวรัสเซีย และ ป้องกันการรวมกลุ่มกันทั้งทางศาสนาและวัฒนธรรม
จะเห็นว่า เมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว ประเทศรัสเซียก็ต้องทำทุกวิถีทางในการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของชาวรัสเซียจากพวกยิวแล้ว

(จักรพรรดินี แคทเธอรีน มหาราช - ภาพจากวิกิพีเดีย)
แม้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุชัดว่า เป็นเรื่องการให้กู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แพงมากของชาวยิว แต่ก็ยังเป็นเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจ การเงินการทองอยู่ดี
และ สาเหตุสำคัญอีกเรื่องก็คือ การไม่ยอมผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมของคนในพื้นที่
จะเห็นว่า การที่ชาวยิวถูกขับไล่ออกจากประเทศต่างๆอยู่เสมอนั้น สาเหตุใหญ่คือเรื่องที่ชาวยิวถืออำนาจทางเศรษฐกิจเหนือกว่าคนพื้นถิ่น และการที่ชาวยิวปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด และ การเป็นชาติพันธุ์ที่มีความแข็งแกร่งในการรักษาวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้ จนไม่อาจกลมกลืน หรือ รับมือในการก้าวเดินไปพร้อมกับคนรอบข้างได้
หมายความว่า ชาวยิวแสดงความเป็นกลุ่มก้อนที่มีสายใยผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น จนผู้เป็นเจ้าของประเทศเกิดความรู้สึกที่ไม่ไว้วางใจ และ รู้สึกถึงการถูกคุกคาม
จนถึงตอนนี้ ชาวยิวได้กระจัดกระจายไปอาศัยในหลายประเทศทั่วยุโรปแล้ว ทั้งยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ ยูเครน ลิทัวเนีย และ เบลารุส เป็นต้น
รวมถึงชาวยิวจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ร่วมกับชาวอาหรับ ขณะเดียวกันก็มีชาวยิวอพยพเข้ามาสู่ปาเลสไตน์อาศัยเพิ่มขึ้น
จนกระทั่งดินแดนคานาอัน และ ดินแดนตะวันออกกลางถูกอาณาจักรอ๊อตโตมานเข้ายึดครอง แต่เมื่ออ๊อตโตมานเริ่มอ่อนแอลง ชาติตะวันตก เช่น อังกฤษ และ ฝรั่งเศสก็เข้ามาแทรกแซง
ตลอดเวลา ชาวอาหรับปาเลสไตน์ และ ชาวยิว ที่อาศัยอยู่ในดินแดนคานาอัน ต่างก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน จนดูเหมือนว่า ทั้งสองชนชาติได้ก้าวข้ามความแตกต่าง และ ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ และ ศาสนาทั้งปวงของทั้งสองฝ่ายแล้ว

(แผนที่ของดินแดนคานาอันก่อนที่อังกฤษจะเข้ามา-ภาพจาก E-BAY)
จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดขึ้น อำนาจของอ๊อตโตมานอ่อนแอลง อังกฤษ แทรกตัวเข้ามาเพื่อยึดอำนาจแทน

(ภาพจากภาพยนต์เรื่อง “ลอว์เรนซ์ แห่ง อาระเบีย ที่นำแสดงโดย ปีเตอร์ โอทูล และ โอมาร์ ชารีฟ สะท้อนเหตุการณ์ของอังกฤษในตะวันออกกลางในช่วงเวลานี้)
อังกฤษ ใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง และ การไร้ซึ่งความจริงใจเข้ามาดำเนินงานทางการทูต ด้วยการเจรจาขอให้พวกอาหรับในปาเลสไตน์ช่วยฝ่ายตนรบกับอาณาจักรอ๊อตโตมาน หากสำเร็จและจบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษ อังกฤษจะช่วยพวกอาหรับตั้งประเทศของพวกเขา
ขณะเดียวกัน อังกฤษ ก็แอบสัญญากับชาวยิวในปาเลสไตน์ด้วยข้อเสนอแบบเดียวกับพวกอาหรับปาเลสไตน์
ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เรื่องข้อตกลงลับที่เป็นแผนร้ายของอังกฤษ จึงช่วยอังกฤษรบกับอ๊อตโตมาน จนได้ชัยชนะ จากนั้น อังกฤษก็เผยธาตุแท้ด้วยการสนับสนุนให้ยิวได้ก่อตั้งชาติของตนเองในดินแดนปาเลสไตน์ จนเกิดความขัดแย้งทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ฝ่ายหนึ่งคือ ยิวที่มีชาติตะวันตกหลายชาติหนุนหลัง อีกฝ่ายคืออาหรับปาเลสไตน์ที่มีกลุ่มชาติอาหรับเป็นพันธมิตร
แน่นอนว่า ชาติตะวันตกเป็นฝ่ายได้ชัยชนะในเวทีโลก และก่อตั้งประเทศอิสราเอลสำเร็จเป็นชาติใหม่ด้วยการสนับสนุนของกลุ่มไซออนนิสต์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1948 และกลายเป็นความขัดแย้ง และ สงครามที่ไม่มีวันสงบสุขในดินแดนคานาอัน และ ตะวันออกกลาง จนถึงวันนี้
ผมขอจบเรื่อง “อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน” เพียงแค่นี้ครับ

ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืนที่ผมจะเป็นผู้บรรยายชม จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ไปถึงเดือนมีนาคม 2570 สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

