บ.เสนาฯ แจงปม 'บึงรับน้ำคู้บอน' ซื้อที่ 20 ไร่ ตั้งแต่ปี 52 รอ กทม. นานกว่าสิบปีไม่ทำอะไรจึงต้องพัฒนาที่ดิน

จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักยาวนานหลายวัน ส่งผลให้กรุงเทพฯเกิดน้ำท่วมขังหลายแข่ง ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ เนื่องจาก กทม. ระบายน้ำไม่ทัน จนเกิดเป็นกระแสดรามาหมากาพย์ใหญ่โต เกี่ยวกับโครงการแก้มลิงหลังกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม
ล่าสุดวันนี้ 6 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก Mars Online โพสต์เกี่ยวกับ บ. เสนาดีเวลลอปเมนท์ แจงปมบึงรับน้ำคู้บอนซื้อที่ 20 ไร่ มาตั้งแต่ปี 52 ด้วยข้อความว่าทั้งหมดว่า "เสนาดีเวลลอปเมนท์ แจงบึงรับน้ำคู้บอนซื้อที่ 20 ไร่มาตั้งแต่ปี 52 รู้ว่าจะมีการทำบึงรับน้ำ แต่ กทม. ไม่ทำอะไรจึงต้องพัฒนาที่ดิน

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเมนท์ ให้สัมภาษณ์สื่อ เมื่อ 6 ต.ค. 2569 ว่า "จริงๆ บึงรับน้ำคู้บอนที่กำลังเป็นข่าวให้เห็นอยู่เนี่ย ต้องขออนุญาตเล่าให้ฟังนิดนึงนะคะว่าบึงรับน้ำคู้บอนที่พูดถึงเนี่ยจริงๆ มันมีทั้งหมดประมาณ 130 ไร่นะคะ แล้วใน 130 ไร่เนี่ย จริงๆ เป็นที่ดินของเสนาที่กำลังกล่าวถึงกันอยู่เนี่ยนะคะ ประมาณ 20 ไร่แค่นี้นะคะ
"แล้วก็จริงๆ ต้องบอกว่า 20 ไร่ตรงนี้ที่เสนาดีเวลลอปเมนท์เป็นเจ้าของเนี่ย จริงๆ เราเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 52
"16-17 ปีแล้ว ซื้อมาตั้งแต่ปี 52 ซื้อมาจากคน 7 คนนะคะ คือต้องเล่าว่าจริงๆ ตั้งแต่ซื้อมาปี 52 เราเองก็เริ่มหยิบยกมาพัฒนา เริ่มมาทำผังจัดสรรประมาณปี 61 นะคะ แล้วก็รอเวลามาทำผังจัดสรรเปลี่ยนแปลงผังจัดสรรรอบนึง แล้วก็มาทำจริงๆ ตอนปี 69 ที่ผ่านมา
"แต่เวลานี้นะคะ เพิ่งได้เริ่มมาทำเริ่มมาก่อสร้างบ้าน ก็ต้องบอกว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาเนี่ยค่ะ ถามว่าทางบริษัททราบไหมว่าจริงๆ แล้วมีเรื่องเกี่ยวกับการจะทำเป็นบึงรับน้ำ
"ต้องบอกว่าบริษัทเองก็ทราบว่าจะมีการคิดเรื่องเกี่ยวกับการทำเป็นบึงรับน้ำเนี่ยผ่านจากการทำประชามติ คือ กทม. ทำประชามติประมาณปี 60 นะคะ แต่ก็ต้องเรียนตรงๆ ว่าตั้งแต่การทำประชามติปี 60 ไปก็ไม่ได้มีอะไรเป็นรูปธรรมออกมาอีกเลยหลังจากนั้น
"ทางบริษัทเองก็เฝ้าดูและคิดว่าที่ดินมันต้องพัฒนา ทีนี้ระยะเวลามันก็เลยผ่านมา จนกระทั่งปีนี้อย่างที่บอก ปี 69 ก็ผ่านมา 8-9 ปี มันก็ไม่มีอะไรชัดเจนว่า กทม. จะทำอะไร ทางบริษัทเห็นว่าที่ดินมันพร้อมพัฒนามากแล้วก็เลยหยิบที่ดินแปลงนี้มาพัฒนา จริงๆ เรื่องก็มีอยู่แค่นี้นะคะ
"ทางบริษัทเองไม่ได้มีอำนาจไปก้าวร่วงเรื่องอะไรเลยนะคะ แต่เราเองก็เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เราก็ดูตามจังหวะเวลาพัฒนาที่ดินเท่านั้นเอง"
...
#Marsonline.

หลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก Mars Online เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ได้ข่าวว่าปี 2562 ก็ซื้อเพิ่มอีก คงมั่นใจว่าที่นี่ไม่เป็นแก้มลิงแน่นอน"
"ท่านใดจะซื้อโครงการนี้ขอทบทวนก่อนนะค่ะ"
"ด้านการเมืองและสังคม: เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์) โดยเป็นหนึ่งในทีมงานหลักที่ช่วยผลักดันและจัดทำนโยบายเพื่อพัฒนาโครงสร้างและคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ"
"จะต้องมีผู้ชี้ขาดครับทั้งสองศาลคือศาลรัฐธรรมนูญทางการเมืองครับ.ศาลปกครองครับ.เพราะเป็นโครงการพระราชดำหริห์ครับ."
"กะว่าปี 69 ผังเมืองใหม่ออกก็หวานเจี๊ยบ"
"เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ไม่กระทุ้งเรื่องแก้มลิงหน่อยเหรอ"
"ประชาชนต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งสมัยนี้หาไม่ยาก เราก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรจริงเท็จประการใด"
"วิกฤตและโอกาสอยู่ในมือของท่าน ควรยิ่งเร่งพิจารณาเร็วยิ่งขึ้น"
"น่าจะทันพระราชดำรัส พ่อวางแนวทางให้ กทม ไม่ต้องทุกข์ใจอย่างไร โดยเฉพาะรัฐบาลที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ"
"ก้าวร่วง แก้ก่อนน"


ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก Mars Online
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

