สะท้อนปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ ไร้เจ้าภาพรับผิดชอบ กรณ์ ชม ชัชชาติ-ศุภณัฐ ทำงานไว

กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงมุมมองต่อกรณีปัญหาศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยกล่าวชื่นชม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ลุกขึ้นมาแถลงข่าวด่วน สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่งที่ค้างอยู่ หยุดอนุมัติถังสำรองน้ำมันฉุกเฉินทั้งหมด และประกาศทบทวนผังเมือง อาคาร และ EIA ใหม่ทั้งระบบ พร้อมกันนี้ยังขอบคุณ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ที่เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ย่านรามคำแหง 28 ที่มีการตุนน้ำมันดีเซลสำรอง 429,000 ลิตร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่และผลักดันให้ กทม. ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ระบุว่า
วันนี้ผมอยากชมสองฝ่าย
ชมผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่ลุกขึ้นมาแถลงข่าวด่วนวันนี้ สั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่งที่ค้างอยู่ หยุดอนุมัติถังสำรองน้ำมันฉุกเฉินทั้งหมด และประกาศทบทวนผังเมือง อาคาร และ EIA ใหม่ทั้งระบบ บางคนอาจจะตำหนิว่าทำไมปล่อยให้เกิดขึ้นแต่แรก แต่ผมว่าเรามาเชียร์การพร้อมตัดสินใจเมื่อข่าวปรากฏดีกว่า
และต้องขอบคุณคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ที่ออกมา เมื่อ 27 สิงหาคมว่าดาต้าเซ็นเตอร์ย่านรามคำแหง 28 ตุนน้ำมันดีเซลสำรอง 429,000 ลิตร ต่ำกว่าเกณฑ์กฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงพอดี และไม่ต้องทำ EIA เพราะช่องโหว่นิยามอาคาร ข้อมูลนี้ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่คุณศุภณัฐต้องรับผิดชอบ แต่ข้อมูลตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ และผมเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ กทม. ต้องขยับเร็วขนาดนี้
ผมพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ยื่นญัตติวันที่ 8 กรกฎาคม ก่อนสภาปิดสมัยประชุมแค่วันเดียว ตอนนั้นยังไม่มีใครสนใจมากนัก วันนี้เห็นสื่อลง ข่าวลง หน่วยงานขยับ ผมดีใจที่คำถามที่เราตั้งไว้ไม่ได้หายไปในอากาศ
แต่ดีใจได้ไม่นาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เผยให้เห็นปัญหาที่ใหญ่กว่าเรื่องน้ำมันหรือใบอนุญาต 3 แห่ง
ยังมีคำถามสำคัญนั่นคือใครเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้กันแน่?
ยกตัวอย่าง
กระทรวงดิจิทัลฯ นั่งเป็นรองประธานอันดับ 1 ในบอร์ดนโยบายชุดใหม่ แต่เครื่องมือจริงมีแค่ตรามาตรฐาน dSURE ที่สมัครใจ ใบอนุญาตประกอบกิจการจริงอยู่ที่ กสทช. สิทธิประโยชน์การลงทุนอยู่ที่ BOI ไฟฟ้าอยู่ที่กระทรวงพลังงาน น้ำและ EIA อยู่ที่กระทรวงทรัพยากรฯ ไม่มีหน่วยงานไหนสั่งหน่วยงานอื่นได้ ความจริงก็คือ ดาต้าเซ็นเตอร์ “ไม่เคยมีเจ้าภาพ” ที่รับผิดชอบเรื่องนี้จริง
ในกรณีกรุงเทพฯ เรามีผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้งจึงคล่องตัวกว่าในการออกมาแอคชั่น แต่ถ้าโครงการหน้าตาเดียวกันนี้ไปตั้งในจังหวัดอื่นที่ผู้ว่าฯ อาจจะไม่ขยับ เรื่องนี้อาจจะยังเงียบอยู่
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติที่ควรเป็นเจ้าภาพตัวจริง เพิ่งจะมีกำหนดประชุมนัดแรกในสัปดาห์นี้ และอำนาจของบอร์ดเองก็ยังจำกัดอยู่แค่การเสนอแนะต่อ ครม. ไม่มีอำนาจบังคับใช้ ปรับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตเอง
ลงทุนอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จริง คำถามเดิมที่ผมถามมาตั้งแต่กรกฎาคม วันนี้ยังไม่มีคำตอบครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

