รัฐบาลชู‘ชิปแสง’รับAIบูม ดึงลงทุน8หมื่นล้าน ดันเป้าศก.โต3%

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการผลักดันอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) หรือเทคโนโลยีการใช้แสงรับส่งข้อมูล และ “ชิปแสง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผลข้อมูลมหาศาลในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งมีส่วนช่วยยกระดับประเทศจากการเป็นฐานที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ไปสู่การเป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในอนาคต
น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากแผนงานเชิงรุกของภาครัฐ ทำให้ช่วงปี 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีโครงการในอุตสาหกรรม Photonics ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว 79 โครงการ มูลค่า 82,700 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตสายใยแก้วนำแสง อุปกรณ์สื่อสารด้วยแสง และ Optical Transceiver ความเร็วสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ การเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ จะช่วยขับเคลื่อนการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมจากปัจจุบัน 23-24% เป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตระดับ 3%
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ระบุว่า ไทยมีศักยภาพพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงหลายสาขา โดยเฉพาะ Photonics ที่ต่อยอดจากฐานผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และการประกอบแผ่นวงจรพิมพ์ (PCBA) ไปสู่การผลิตเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ถือเป็นหนึ่งในทิศทางที่รัฐบาลมุ่งผลักดันการยกระดับประเทศสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้รัฐบาลยังเร่งสร้างคน โดยบูรณาการกับสถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรสำหรับการผลิตวิศวกร ช่างเทคนิค และนักวิจัย รองรับความต้องการอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 คน ภายใน 5 ปี
“รัฐบาลมุ่งมั่นใช้โอกาสจากการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากการเป็นเพียงฐานประกอบสินค้า สู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ ทำให้คนไทยได้ยกระดับทักษะ มีรายได้เพิ่มขึ้น เสริมขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน” น.ส.รัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

