Nutanix หนุนองค์กรมีอิสระ ในการรัน Agentic AI ที่พร้อมใช้งานจริง ในรูปแบบของตัวเอง

Nutanix (NASDAQ: NTNX) (นูทานิคซ์) ผู้นำด้านไฮบริดคลาวด์และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้าน AI ประกาศวางตลาด Nutanix Enterprise AI (NAI) 2.8 และเตรียมวางตลาด Nutanix Kubernetes Platform (NKP) 2.19 เร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวสิทธิประโยชน์ โปรแกรม และทรัพยากรเพิ่มเติม ที่จะช่วยให้พันธมิตรสร้างการเติบโตจากโอกาสใหม่ ๆ ที่ AI นำพามาให้ได้อย่างรวดเร็ว
องค์กรหลายแห่งเผชิญอุปสรรคสำคัญในการใช้ AI จากการที่ AI เข้ามาเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้คอนเทนเนอร์ แต่แอปพลิเคชันและข้อมูลสำคัญขององค์กรยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั้งบนเวอร์ชวลไลเซชันและคอนเทนเนอร์ ความย้อนแย้งนี้ทำให้องค์กรต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานแยกย่อยมากขึ้นเป็นไซโล ทั้งยังต้องย้ายข้อมูลหรือรื้อเวิร์กโหลดเดิมที่ใช้อยู่และทำใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้ AI ควบคู่กับแอปพลิเคชันและข้อมูลที่ใช้อยู่แล้ว

นูทานิคซ์แก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอสถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบและมีการกำกับดูแลในตัว และสามารถรันได้ทั้งแอปพลิเคชันรูปแบบเดิมและ AI ที่ทันสมัยควบคู่กันไป ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับเวิร์กโหลด และการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ชั้นนำ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นให้ลูกค้า การที่นูทานิคซ์นำ AI เข้าไปใช้งานในจุดที่จัดเก็บข้อมูลขององค์กรอยู่แล้ว เป็นการช่วยลูกค้าลดไซโลและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อระบบใหม่ หรือเพิ่มความซับซ้อนให้เครือข่ายและเลเยอร์ของข้อมูล
NAI และ NKP พัฒนาต่อยอดจากความสามารถของ Nutanix Cloud Platform (NCP) โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรใช้งาน บริหารจัดการ และกำกับดูแล AI แอปพลิเคชันรูปแบบคอนเทนเนอร์ รวมถึงเวิร์กโหลดแบบเวอร์ชวลไลซ์ ได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบควบคุมกลางที่มีมาตรฐานเดียวกัน โซลูชันเหล่านี้เข้ามาเสริมศักยภาพหลักของแพลตฟอร์มในการรัน AI บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเวอร์ชวลไลซ์ให้มีประสิทธิภาพสูงใกล้เคียงกับฮาร์ดแวร์ (bare-metal) ซึ่งเป็นความสามารถที่เปิดตัวพร้อมกับ NCI 7.6 การทำงานร่วมกันของโซลูชันเหล่านี้ ช่วยให้องค์กรมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ที่มักจำกัดทางเลือกด้านสถาปัตยกรรม สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และต้องปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มครั้งใหญ่จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน
Powered by Nutanix: Verified Services เป็นโปรแกรมใหม่ที่มุ่งช่วยให้พันธมิตรคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และการใช้ AI รุ่นใหม่ ด้วยการส่งเสริมให้สร้างบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและทำกำไรได้สูง ที่ครอบคลุมตลอดไลฟ์ไซเคิลการใช้บริการของลูกค้า และเพื่อให้สามารถให้บริการรูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นไปอย่างคล่องตัว Service Provider (SP) Central จึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบ multitenant ที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ให้บริการควบคุมและขยายบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม คลาวด์เนทีฟ และ AI ได้ตามทิศทางของตน
นายโทมัส คอร์เนลี รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “การใช้ AI ในระดับองค์กร ไม่ควรเป็นการบีบให้ลูกค้าต้องรื้อระบบเดิมที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอยู่แล้วและสร้างใหม่ สถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบ (dual-native) ของเราจะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ AI ไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันและข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้วได้ และสามารถเลือกรันเวิร์กโหลดแต่ละรายการบนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยยังคงมาตรฐานการดำเนินงานและการกำกับดูแลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนเวอร์ชวลแมชชีน คอนเทนเนอร์ หรือ AI ซึ่งเป็นแนวทางที่องค์กรใช้งานได้จริงโดยไม่ทำให้เกิดไซโลใหม่ ๆ และไม่จำกัดทางเลือกในอนาคต”
นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “องค์กรในประเทศไทยกำลังเผชิญความกดดันในการเปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันเดิมที่ใช้งานอยู่ เมื่อการใช้ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่องค์กรในภูมิภาคนี้ต้องการมากที่สุด คือแนวทางที่ช่วยให้การรัน AI ในระดับใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น โดยยังคงความรัดกุมด้านการกำกับดูแล ความปลอดภัย และความเสถียรที่จำเป็นไว้ได้ในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริง นอกจากนี้ ลูกค้ายังต้องการความยืดหยุ่นในการประยุกต์ใช้ AI ตามความต้องการเฉพาะของตน โดยไม่ต้องรื้อหรือออกแบบโครงสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพันธมิตรและผู้ให้บริการในการพัฒนาบริการใหม่ ๆ ด้าน AI และคลาวด์ เพื่อช่วยเร่งการปรับปรุงระบบของลูกค้าให้ทันสมัยยิ่งขึ้น”
Nutanix Enterprise AI: ช่วยองค์กรดึง AI เข้าหาข้อมูล โดยไม่ต้องรื้อระบบทุกอย่างใหม่
NAI มอบแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวและปลอดภัย เพื่อติดตั้งใช้งาน บริหารจัดการ และสเกลเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมแบบผสมผสานทั้งหมด ช่วยให้องค์กรควบคุมการกำกับดูแลเอเจนต์ และโมเดลต่าง ๆ สามารถมองเห็นภาพรวมการใช้โทเค็น และช่วยให้การพัฒนา AI คล่องตัว ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายที่มาพร้อมตัววัดสถานะและวิเคราะห์ระบบเชิงลึกในตัว และ model-as-a-service ที่ใช้งานง่าย ทั้งยังมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ความสามารถในการสเกล และการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม
การอัปเดทสำคัญของ NAI ประกอบด้วย
Agent Gateway: ปัจจุบันเปิด generally available ให้ใช้งาน MCP Gateway ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางเข้าหลักเพียงทางเดียวที่มีความปลอดภัย ช่วยให้ AI agents เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเชื่อมต่อเอง นอกจากนี้นูทานิคซ์ยังได้เปิดตัว MCP Server สำหรับ NCP เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างแอปพลิเคชัน agentic AI ที่เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การจัดการของนูทานิคซ์ได้อย่างปลอดภัย
Private Inference: ความสามารถใหม่ ๆ ด้านการอนุมานและการปรับแต่งขั้นสูง รองรับการประมวลผลหาคำตอบ (inference) LLM โดยการแบ่งโมเดลออกเป็นส่วน ๆ แล้วกระจายไปคำนวณใน GPU หลายตัวพร้อมกันในเวลาเดียว (tensor parallelism) ส่งผลให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้ปริมาณมาก และมีระยะเวลาตอบสนองต่ำ เหมาะสำหรับเวิร์กโหลด LLM ระดับองค์กร นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถประมวลผลหาคำตอบแบบกลุ่ม (batch inference) และถอดรหัสแบบคาดการณ์ได้ (speculative decoding)
ฟีเจอร์สำคัญ ประกอบด้วย 1) Parameter-Efficient Fine-Tuning ที่รองรับการปรับแต่งโมเดลด้วยเทคนิค Low Rank Adaptation (LoRA) สำหรับโมเดลขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 8 พันล้านพารามิเตอร์) เป็นการช่วยให้องค์กรปรับแต่ง open LLM ด้วยข้อมูลภายในได้อย่างคุ้มค่าโดยใช้ GPU เพียงตัวเดียว พร้อมติดตั้ง adapter เข้าสู่ระบบประมวลผลได้ทันทีอย่างราบรื่น 2) Scalable multi-GPU serving ที่รองรับการประมวลผลผ่าน GPU หลายตัวด้วย tensor parallelism ช่วยเพิ่มปริมาณการรองรับข้อมูล และกระจายการให้บริการได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ขององค์กร และ 3) Speculative decoding หรือการถอดรหัสเชิงคาดการณ์ ซึ่งช่วยเร่งการสร้างโทเค็นการอนุมาน LLM ได้สูงสุดถึง 2.5 เท่า โดยใช้โมเดลร่างน้ำหนักเบา (lightweight draft models) ที่ช่วยลดระยะเวลาในการแสดงผลโดยไม่ลดทอนความแม่นยำของโมเดล
การยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกัน Rogue AI (โมเดล AI ที่ทำงานผิดปกติหรือไม่ได้รับอนุญาต): เมื่อ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับความเสี่ยงที่โมเดลอาจทำงานหลุดออกนอกขอบเขตการควบคุม (sandbox) ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด NAI ช่วยปกป้องระบบจาก rogue model ได้อย่างรัดกุมผ่านแพลตฟอร์มและ APIs ด้วยระบบบริหารจัดการสิทธิ์และการเข้าถึง (Identity and Access Management: IAM) ที่กำหนดได้อย่างละเอียด การกำหนดบทบาทผู้ใช้ตามต้องการ และการแชร์โมเดลอย่างราบรื่น ซึ่งช่วยควบคุมความปลอดภัยด้วยการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น (least-privilege) จึงมั่นใจได้ว่าเอเจนต์ต่าง ๆ จะทำงานได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น รวมถึงรองรับการติดตั้งใช้งาน air-gapped NVIDIA NIM
Nutanix Kubernetes Platform: โครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้และเชื่อถือได้ รองรับแอปพลิเคชันยุคใหม่ และ AI
NKP ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการทำงานของคอนเทนเนอร์ได้ง่ายขึ้นทั้งคอนเทนเนอร์ที่รันอยู่บนระบบ bare metal และเวอร์ชวลแมชชีน โดยไม่ต้องสร้างองค์ประกอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นมาเอง เวอร์ชันใหม่ที่จะเปิดตัวนี้ มอบแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ AI เพื่อใช้สร้างและรันแอปพลิเคชันแบบ agentic ในระดับใหญ่ รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เตรียมเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ได้แก่
NKP Metal: ออกแบบมาเพื่อนำความง่ายระดับ HCI มาสู่ Bare-Metal Kubernetes พร้อมระบบติดตั้ง OS, เฟิร์มแวร์ และคอนเทนเนอร์ แบบอัตโนมัติ รวมถึงมีระบบ persistent storage ระดับองค์กรในตัวอย่างแท้จริง ช่วยขจัดความยุ่งยากซับซ้อนจากการนำหลายระบบมาปะติดปะต่อกัน
NKP Full Stack: ในขณะที่ NKP Metal ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความง่ายให้กับการรันบน Bare-Metal แต่ NKP บน AHV ก็ยังคงเป็นหัวใจหลัก (cornerstone) สำหรับองค์กรที่ต้องการสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลเซชันที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และแข็งแกร่ง และเมื่อผสานการทำงานร่วมกับ Nutanix Flow ระบบ NKP บน AHV จะช่วยสร้าง network-level sandboxing ที่เข้มงวดให้กับ AI agent ซึ่งช่วยตัดแยกระบบ (isolation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีแบบแปลกปลอม (rogue attacks) และป้องกันการเจาะขยายวงลุกลามภายในเครือข่าย (lateral movement)
AI Applications Catalog: มอบช่องทางการติดตั้งใช้งานที่ง่ายเพียงคลิกเดียวให้กับซอฟต์แวร์ AI/ML ที่ผ่านการคัดสรรและทดสอบการทำงานแล้ว (เช่น Kubeflow, Milvus และ Slurm) ช่วยขจัดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อระบบด้วยตนเอง
Hardware and Compliance: มีแผนขยายการรองรับระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตร ด้วยการทำ validated integration กับ GPU ชั้นนำ ควบคู่ไปกับระบบจัดสรรทรัพยากรแบบยืดหยุ่นอัตโนมัติ (dynamic resource allocation) เพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ยุคใหม่
CNCF Certified Kubernetes AI Conformant Platform: NKP ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจาก CNCF เพื่อยืนยันว่า NKP มี API และศักยภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต่อการรันเวิร์กโหลด AI ระดับองค์กรได้อย่างมีเสถียรภาพและเชื่อถือได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

