ป.ป.ช.เปิด 10 ผู้ถูกกล่าวหา ร่วมก๊วน ‘บิ๊กโจ๊ก’ปมช่วยตกแต่งบัญชีทรัพย์สิน

ป.ป.ช. เรียก 10 ผู้ถูกกล่าวหาร่วมทำผิดกับ 'บิ๊กโจ๊ก' สมบัติ - 3 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. โดนด้วย ปมช่วยแต่งบัญชีทรัพย์สินฯ
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เเจ้งว่า ปลายเดือนตุลาคมนี้ ป.ป.ช. จะแจ้งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. มารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำผิดทางอาญาดังนี้ (1) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 (2) ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 (3) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 164 และ มาตรา86(4) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 (5) ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 (6) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 (7) ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
แหล่งข่าว กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องมาจากช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเเจ้งข้อกล่าวหาต่อ อดีตรองผบ.ตร. กรณีจงใจยื่นเท็จ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินเเละหนี้สินของตน เเละคู่สมรส โดยอดีตรองผบ.ตร.รับทราบแล้วแต่ไม่มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับป.ป.ช.แต่อย่างใด
แหล่งข่าว กล่าวว่า การที่ป.ป.ช.จะให้อดีตรองผบ.ตร. กับพวก มารับทราบและะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในข่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ สืบเนื่องมาจากวันที่ 9 มีนาคม 2569 ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งที่ประชุมกรรมการป.ป.ช. ทั้งคณะไต่สวนข้อเท็จจริงนายสมบัติ ธรธรรม อดีตอนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐที่ 1 เเละ 2 ฯลฯ กับพวกว่ากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีร่วมกันจัดทำพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าใช้เป็นเอกสารประกอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและะหนี้สินของบุคคลโดยมิชอบ (บัญชีทรัพย์สินฯของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ )
แหล่งข่าว กล่าวว่า ดังนั้น ข่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ป.ป.ช. จะให้บุคคลต่างๆที่มีส่วนร่วมกระทำผิดกับอดีตรองผบ.ตร.มารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆดังนี้
(1) นายสมบัติ ธรธรรม
(2) นางอารยา งามล้วน เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการพิเศษ สำนักตรวจสอบทรัพย์สินและะหนี้สินภาครัฐและะรัฐวิสาหกิจ 3
(3) นายวิสูตร ด้วงมาก พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1
(4) นายจัตุรงค์ พานิชเจริญ พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
(5) นายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ อาชีพรับจ้างทำบัญชีทรัพย์สินและะหนี้สินที่ต้องแสดงต่อป.ป.ช.
(6) นายสมภพ ไทยธีระเสถียร (อั้ง เมืองชล เซียนพระ)
(7) นายอมรเทพ ขุนราษฎร์ อาชีพผู้รับจ้างปรับปรุงบ้านพักอาศัย บ้านพักของอดีตรองผบ.ตร.และะคู่สมรสที่ต้อง.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา
(8) นางณัฏฐาพรรณ พานิชพงศ์
(9)นางสาวธมณพรรษสรหรือนางสาวกันต์นพภัทร์ พานิชพงศ์ หรือนางศิรินัดดา หักพาล ภริยาของอดีตรองผบ.ตร.
(10) นายเฌอติพรรณ ตาลสุวรรณ อาชีพผู้รับจ้างออกแบบบ้านพักอาศัย จ.สงขลา
แหล่งข่าว กล่าวว่า บุคคลตามรายชื่อข้างต้นนั้น ร่วมกระทำผิดตามที่อดีตรองผบ.ตร.วางแผนร่วมกับนายสมบัติเพื่อให้การยื่นบัญชีทรัพย์สินฯต่อป.ป.ช.ของอดีตรองผบ.ตร.ไม่เกิดปัญหา บุคคลข้างต้นจึงร่วมกันตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯสร้างพยานหลักฐานเเละเอกสารปลอมขึ้นมาประกอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.
"โดยอดีตรองผบ.ตร.จะให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ประสานกับนายสมบัติ หากอดีตรองผบ.ตร.จะติดต่อตรงนายสมบัตินั้นพบว่า อดีตรองผบ.ตร.ซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ราคาหลายหมื่นบาทมอบให้นายสมบัติ หากทั้งสองจะติดต่อกันโดยตรงจะสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยนายสมบัติใช้ชื่อในไลน์ว่าทัตเทพ” แหล่งข่าว ระบุ
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ผู้ถูกล่าวหาอีกสิบรายถือว่ากระทำผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ และมีความผิดตามกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีจุดประสงค์เดียวกันคือช่วยกันตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯของอดีตรองผบ.ตร.และะภริยาที่ต้องแจ้งป.ป.ช. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
แหล่งข่าวระบุว่า นายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ มีความใกล้ชิดกับนายสมบัติ ธรธรรม โดยทั้งคู่ยังเป็นผู้ต้องหาในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน กรณีนำทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท ไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือทางคดีให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
ส่วน นายสมบัติและ “อั้ง เมืองชล” ถูกกล่าวหาว่าวางแผนสร้างที่มารายได้ให้อดีตรอง ผบ.ตร. โดยอ้างว่าเป็นค่านายหน้าจากการชี้ช่องให้อั้ง เมืองชล ซื้อพระเครื่องจากนายสมพร กุลวานิช อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นเงิน 10.9 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นคำอธิบายแหล่งที่มาของเงินที่นำไปซื้ออาวุธปืน ทั้งที่ตามข้อกล่าวหาไม่ได้มีการซื้อขายพระเครื่องเกิดขึ้นจริง
ขณะที่บุคลากร ป.ป.ช. 3 ราย ได้แก่ นางอารยา งามล้วน นายวิสูตร ด้วงมาก และนายจัตุรงค์ พานิชเจริญ ถูกกล่าวหาว่ารวบรวมข้อมูลและร่วมตกแต่งบัญชีทรัพย์สินตามคำสั่งนายสมบัติ โดยมีการกล่าวถึงผลประโยชน์ตอบแทน ได้แก่ การช่วยเหลือให้แฟนสาวของนายจัตุรงค์ได้รับการบรรจุเป็นตำรวจสัญญาบัตรผ่านหลักสูตร กอส. และการประสานความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐให้คนในครอบครัวของนายวิสูตรและนางอารยา โดยมี พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ประสานงาน
นอกจากนี้ นางศิรินัดดาและนางณัฏฐาพรรณ พานิชพงศ์ ซึ่งเป็นบุตรสาวและมารดา ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน โดยนายสมบัติและบุคลากร ป.ป.ช. เดินทางจากดอนเมืองไปหาดใหญ่ จ.สงขลา มี พ.ต.ท.คริษฐ์ ประสานงาน และอดีตรอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินหลายรายการ โดยเฉพาะการโอนหุ้นบริษัทของคนในครอบครัวพานิชพงศ์ รวมถึงกรณีพ.ต.ท.คริษฐ์ ปลอมลายมือชื่อนายบัญชา พานิชพงศ์ ลงในเอกสารต่างๆทั้งๆที่นายบัญชาซึ่งเป็นบิดาของนางศิรินัดดา เสียชีวิตแล้ว การแก้สัญญาการสร้างบ้านและะสัญญาซื้อขายที่ดินในต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา การแก้ไขแหล่งที่มา ราคา การซื้อรถยนต์เล็กซัสของนางศิรินัดดา
ทั้งนี้ รายละเอียดดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาตามข้อมูลที่ปรากฏในสำนวน โดยการพิจารณาความผิดของแต่ละบุคคลต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

