รวบ นายก อบต.หนองหมี เรียกรับเงิน จาก พนง.จ้าง รายละ 30,000 บาท และต่อสัญญา

วันนี้ 17 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่ข่าวพร้อมภาพการจับกุม นายก อบต.หนองหมี คาห้องทำงาน หลังเรียกประชุมพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่กำลังจะหมดสัญญา พร้อมยื่นคำขาดว่าต้องจ่ายเงินให้ตนเอง ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "บุกรวบ นายก อบต.หนองหมี คาห้องทำงาน! หลังรีดเลือดพนักงานจ้างที่กำลังจะหมดสัญญา ร่วม 8.4 แสน ขู่ไม่จ่ายยุบตำแหน่งทิ้ง!
ปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการฯ ภาค 3 ได้สั่งการให้นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปปป.) นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เข้าควบคุมตัว นายยศพนธ์ ศรีใสย์ นายก อบต.หนองหมี
คดีนี้เริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสของกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานจ้างในสังกัด อบต.หนองหมี จากการสืบสวนเชิงลึกของ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 นายยศพนธ์ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่สัญญาจ้างกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยยื่นคำขาดว่า หากประสงค์จะได้รับการต่อสัญญา จะต้องจ่ายเงิน "ค่าต่อสัญญา" ให้ตนเอง รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 840,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ข่มขู่และกดดันอย่างหนัก โดยขีดเส้นตายให้พนักงานเร่งหาเงินมาจ่ายให้แล้วเสร็จ มิเช่นนั้นจะไม่พิจารณาต่อสัญญาจ้างให้ และเตรียมยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่งเพื่อบีบบังคับ ส่งผลให้พนักงานหลายรายเกิดความหวาดกลัวตกงาน จนต้องจำยอมหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาอาชีพ
ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 3 ป. ได้เข้าควบคุมตัวนายยศพนธ์ พร้อมตรวจค้นห้องทำงาน ซึ่งพบ "เงินสดของกลาง" จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ และแจ้งข้อกล่าวหาหนักฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ฐานเรียกรับผลประโยชน์ และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. ขอย้ำเตือนว่า พฤติกรรมการใช้อำนาจข่มขู่เพื่อรีดไถผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นความผิดทางอาญาขั้นร้ายแรง หากประชาชนหรือข้าราชการท่านใดตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 โดยข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุด
(ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด)"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักงาน ป.ป.ช.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

