ทรัมป์เพ้ออีก จะเปลี่ยนชื่อฮอร์มุซ

“ทรัมป์” โวคุมฮอร์มุซได้แล้วประกาศเปลี่ยนชื่อเป็นช่องแคบ ทรัมป์ฮึ่มพร้อมถล่มเตหะราน ซ้ำทุกเมื่อ ขณะที่อิหร่านจัดหนักประเคนมิสไซล์ใส่คูเวต-บาห์เรน-อิรัก เตือนมะกันระวังเจอยุทธศาสตร์ใหม่ พร้อมประณามการโจมตีของสหรัฐทำสะเก็ดระเบิดตกใส่บ้านพลเรือน เช่นเดียวกัน UN ผสมโรง เรียกร้องทุกฝ่ายหยุดยิง
เมื่อวันที่ 3 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาโพสต์ผ่านทรูธโซเชียลเสนอเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็น “ช่องแคบทรัมป์” โดยอ้างว่าขณะนี้สหรัฐฯสามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญได้แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบกับอิหร่านที่ยังคงรุนแรงและมีรายงานเรือถูกโจมตีเกือบทุกวัน
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ตอนนี้เมื่อเราควบคุมมันได้แล้ว เราควรเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็น TRUMP STRAIT หรือไม่?” พร้อมกล่าวในเชิงติดตลกว่า เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ช่องแคบแห่งนี้จะร้อนแรงยิ่งกว่าที่เคย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯยังระบุด้วยว่า การสู้รบระลอกใหม่กับอิหร่านจะไม่ยืดเยื้อนานเกินไป แต่ยืนยันว่ากองทัพอเมริกันพร้อมเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านซ้ำได้ทุกเวลา โดยอ้างว่าปัจจุบันสหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้เบ็ดเสร็จแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมถึงเด็ก 2 คน บาดเจ็บจำนวนมาก จากเหตุโจมตีงานแต่งงานในเมืองซีริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน
หลังการโจมตีของสหรัฐฯ อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 4%ขณะที่อิหร่านยังยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน
ด้านกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าใส่ฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในคูเวต จอร์แดน บาห์เรน และอิรัก ส่งผลให้ระบบป้องกันทางอากาศของคูเวตต้องยิงสกัดกลางดึกอย่างวุ่นวาย
ขณะที่นายโมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯจะได้เห็นยุทธศาสตร์ใหม่ของอิหร่านในการทำสงครามต่อสู้ทุกมิติ เพื่อทำลายรากฐานสหรัฐฯเร็วๆนี้ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุด สะเกิดระเบิดพลาดไปตกใส่บ้านประชาชนที่กำลังจัดงานแต่งงาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คนและบาดเจ็บ 142 คน ในจำนวนนี้มาเด็กด้วย 2 ราย
ล่าสุดมีรายงานการโจมตีจากอิหร่านถล่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยกองทัพคูเวตระบุ ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญขณะนี้คือ ความสูญเสียฝั่งพลเรือน ที่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจจับตาใกล้ชิด หลังกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ รวม 18 ราย และบาดเจ็บอีก 142 คน ขณะเดียวกันก็มีการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 4 รายและบาดเจ็บ 67 คน จากเหตุขีปนาวุธตกใส่พิธีแต่งงานในเมืองกูเฮสตัก บริเวณชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ
อันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์ประณามการสังหารพลเรือนบริสุทธิ์อย่างรุนแรง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและเคารพกฎหมายมนุษยธรรมทันที เช่นเดียวกับ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ฝั่งเดโมแครตออกมาจี้ให้เร่งตรวจสอบความผิดพลาด ซึ่งข้อมูลวงในระบุว่า อาจเกิดจากการที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ข้อมูลพิกัดเก่าในการโจมตี
ในมิติการเมือง ที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์กำลังพยายามยับยั้งไม่ให้สงครามลุกลามไปมากกว่านี้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน เนื่องจากกระแสต่อต้านสงครามและปัญหาน้ำมันแพงกำลังบั่นทอนคะแนนนิยมของพรรครีพับลิกันอย่างหนัก มีรายงานว่ารัฐบาลอาจพิจารณาขยายการรบใหญ่อีกครั้งหลังวันเลือกตั้งเท่านั้น
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกมาโต้แย้งว่ากองทัพไม่เคยตั้งใจสังหารพลเรือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

