ทรัมป์ตีเมืองขึ้น เล็งประกาศ‘ฮอร์มุซ’ เป็นดินแดนของสหรัฐ
16 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันยอมรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งระบุว่าตนเตรียมจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯในเร็วๆนี้
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองการ์เดนซิตีเมื่อวานนี้ นายทรัมป์ระบุว่า ชาวอเมริกันที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ควรรำลึกไว้ว่านี่คือแลกกับการสร้างความมั่นใจว่าประเทศที่เลวร้ายอย่างยิ่งจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้
ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับนายทรัมป์ เนื่องจากราคาพลังงานที่แพงขึ้นขัดแย้งกับนโยบายหาเสียงที่เคยรับปากว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของพรรคเดโมแครตที่เริ่มนำผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งกับอิหร่านมาเป็นประเด็นหาเสียงก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
นายทรัมป์ยังได้ยกระดับการใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวต่อเส้นทางขนส่งสายสำคัญนี้ โดยระบุเสริมว่า หลังจากเสร็จสิ้นการเอาชนะอิหร่านแล้ว ในไม่ช้าเขาจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นดินแดนของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทรัมป์ตั้งใจกับคำประกาศนี้มากน้อยเพียงใด หรือแถลงการณ์นี้จะถือเป็นทิศทางนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ หรือไม่
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 20 ของโลก ซึ่งความเสี่ยงจากการหยุดชะงักในระยะยาวได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้าง Public Broadcasting Service - PBS เครือข่ายโทรทัศน์ของประเทศสหรัฐอเมริกา นำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษพลจัตวา โมฮัมหมัด เรซา นักดี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โดยการสัมภาษณ์บางช่วงที่ปรึกษาอาวุโส ไออาร์จีซีกล่าวเตือนสหรัฐฯว่า อิหร่านพร้อมทำสงครามยืดเยื้ออีกหลายปี จนกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี
พลจัตวา โมฮัมหมัด เรซา นักดี กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการรับมือกับสหรัฐฯคือ การต่อสู้เพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องไปจนกว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะดำรงตำแหน่ง พร้อมยังแสดงจุดยืนสนับสนุนให้อิหร่านทำสงครามกับสหรัฐฯต่อไป เนื่องจากเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการสู้รบและป้องปรามไม่ให้เกิดการโจมตีขึ้นอีกในอนาคต เชื่อว่าอิหร่านกำลังเป็นฝ่ายชนะในการทำสงครามกับสหรัฐฯ ซึ่งอ่อนแอกว่าที่เคยประเมินไว้
“พร้อมยืนยันว่าอิหร่านมีศักยภาพมากพอที่จะเดินหน้าสู้รบอีกหลายปี ยุทโธกรณ์สำคัญอย่างขีปนาวุธถูกผลิตออกมาได้มากกว่าจำนวนที่ถูกยิงออกไป อีกทั้งฐานการผลิตยังตั้งอยู่กระจายในหลายพื้นที่ แต่หากขีปนาวุธเหล่านี้หมดไป อิหร่านยังมีทางเลือกอื่นที่สร้างความอันตรายได้มากกว่า โดยเฉพาะแหล่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯนับหมื่นแห่งทั่วโลก” พลจัตวาเรซา นักดี กล่าว แต่ปฏิเสธจะให้รายละเอียดว่าอิหร่านมีแผนโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯในส่วนใด และอย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของนายพลระดับสูงของกองทัพอิหร่านเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับระยะเวลาทำสงคราม ซึ่งเชื่อมโยงกับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐมาแล้ว 2 สมัย และแสดงความสนใจลงแข่งขันเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯเป็นสมัยที่ 3 ในปี 2028 แต่กฎหมายไม่อนุญาต สอดคล้องกับสื่ออื่นในต่างประเทศ ที่รายงานอ้างจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านที่ยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายเวลาการหยุดยิงต่อไปอีก 60 วัน ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งรัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมลงนามเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ด้านท่าทีสหรัฐฯออกมาประกาศว่า กองทัพสหรัฐสามารถคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปได้ อย่างไม่มีกำหนดและยังจะดำเนินมาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านมากขึ้น ขณะที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างสองฝ่ายประสบภาวะชะงักงัน ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐยืนยันก่อนหน้านี้ว่า กองทัพสหรัฐมีศักยภาพเพียงพอคงกำลังทางเรือไว้ในภูมิภาค เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านต่อไปได้ไม่มีกำหนด เพราะเราจะใช้วิธีหมุนเวียนเรือเข้าและออก ซึ่งเราทำมาตลอดและจะทำต่อไป
ขณะที่ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐกล่าวถึงแผนของสหรัฐที่จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้อิหร่านเพิ่มเติม โดยขอให้จับตาดูประกาศที่จะตามมาในสัปดาห์หน้า เพราะสหรัฐกำลังจะนำมาตรการที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดมาใช้มันเป็นการผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก กับการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสกัดกั้นไม่ให้มีการขนส่งสินค้าเข้าหรือออก จากท่าเรือของอิหร่านได้
ทั้งนี้ หลังข้อตกลงยุติสงครามอย่างไม่เป็นทางการในเดือนมิถุนายนล้มเหลว อิหร่านพยายามใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐ ขณะเดียวกัน อิหร่านโจมตีเรือบางลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

