"ขุนหาญ" วีรบุรุษแห่งพนมดงรัก

หากคุณมีโอกาสเดินทางไปยังอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ดินแดนใต้ร่มเงาเทือกเขาพนมดงรักที่เต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณ สายน้ำ น้ำตก และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ สิ่งหนึ่งที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่มาของนามอันเกรียงไกรแห่งนี้ ก็คือเรื่องเล่าขานของ "ขุนหาญ" หรือ "พ่อปู่ขุนหาญ" วีรบุรุษนักรบชาวบ้านผู้เป็นตำนานประจำเมือง

ย้อนเวลากลับไปในอดีต ยุคที่พื้นที่ชายขอบแห่งนี้ยังเป็นพงไพรสลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยความบอบบาง ความสมบูรณ์ของธรรมชาติเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ล่อตาผู้บุกรุก ชุมชนโบราณแถบนี้ต้องเผชิญกับการรุกรานจากกองกำลังต่างศึก และกลุ่มโจรป่าชุกชุมที่คอยซุ่มโจมตี ปล้นสะดม และคุกคามความสงบสุขของชาวบ้านอย่างไม่หยุดยั้ง ในยุคที่ทหารจากเมืองหลวงอยู่ไกลเกินกว่าจะมาช่วยเหลือได้ทัน เสียงร้องไห้และความสิ้นหวังกลายเป็นเรื่องคุ้นชิน จนมีชายที่ชื่อ "นายหาญ" ลุกขึ้นยืน

นายหาญ ไม่ใช่ทหารยศใหญ่จากในเมือง แต่เขาคือนายพรานและผู้นำชุมชนผู้ชำนาญชัยภูมิป่าเขา ลำห้วย และถ้ำน้อยใหญ่ในแถบพนมดงรักเป็นอย่างดี นายหาญเห็นความเดือดร้อนของพี่น้อง จึงตัดสินใจรวบรวมพรานป่า ชายฉกรรจ์ และชาวบ้านในพื้นที่ ชวนทุกคนมารวมพลังเปลี่ยนจากผู้ถูกล่า ให้กลายเป็นผู้ปกป้อง
ลองจินตนาการถึงภาพบรรยากาศในยุคนั้นดูนะครับ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและควันไฟจากการบุกปล้น นายหาญได้นำกำลังชาวบ้านวางแผนซุ่มโจมตีในป่าทึบ ใช้ความชำนาญพื้นที่เข้าสู้รบอย่างดุดัน เด็ดเดี่ยว และไม่เคยเกรงกลัวต่อคมดาบหรือลูกธนู เสียงตะโกนสั่งการของนายหาญปลุกสปิริตของทุกคนในชุมชนให้ลุกขึ้นสู้เพื่อบ้านเกิด คอยตีโต้ ขับไล่โจรป่าและผู้รุกรานจนแตกพ่ายไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ชุมชนแห่งนี้รอดพ้นจากภัยสงครามมาได้

ด้วยความดีความชอบ สปิริตการปกป้องแผ่นดินและความรักที่ชาวบ้านมีต่อท่าน นายหาญจึงได้รับการยกย่องและแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนหาญ" ซึ่งต่อมาท่านยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นกำนันคนแรกของพื้นที่ นำความเจริญและความร่มเย็นมาสู่ชุมชน ชุมชนโบราณแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า "บ้านขุนหาญ" เพื่อให้เกียรติแก่ท่าน และได้กลายมาเป็นชื่อ "อำเภอขุนหาญ" ในปัจจุบัน

เมื่อกาลเวลาหมุนผ่าน แม้ร่างของท่านจะล่วงลับไปตามตักขัย แต่ชาวบ้านต่างเชื่อมั่นว่า ดวงวิญญาณอันแข็งแกร่งและรักแผ่นดินของท่านยังคงไม่ไปไหน จึงร่วมใจกันสร้าง "ศาลพ่อปู่ขุนหาญ" ขึ้นมา ตั้งอยู่ใน วัดขุนหาร ตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อสถาปนาท่านไว้ในรูปแบบของ "ปู่เจ้าประจำเมือง" หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คอยปกปักรักษาท้องถิ่นให้ร่มเย็นเป็นสุข
ปัจจุบัน ศาลพ่อปู่ขุนหาญ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้ บนบาน หรือขอพรให้เดินทางปลอดภัยเท่านั้น แต่คือศูนย์รวมจิตใจ และเป็นเครื่องเตือนใจให้คนขุนหาญรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจว่า แผ่นดินที่เขายืนอยู่ทุกวันนี้ ถูกปกป้องมาด้วยหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และหัวใจเหล็กของ "วีรบุรุษชาวบ้าน" ที่ชื่อว่าขุนหาญ นั่นเองครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

