อภินิหาร "หลวงพ่อตาตน" พระพุทธรูปศักดิ์แห่งขุนหาญ

ในบรรดาพระพุทธรูปโบราณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองไทย มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารมาอย่างยาวนานเกือบ 150 ปี คือองค์ "หลวงพ่อตาตน"

ความพิเศษของหลวงพ่อตาตน ไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่เท่านั้น แต่สร้างขึ้นจากวัสดุโบราณหายากอย่างเกสรดอกไม้ผสมครั่งและยางชัน เป็นพระพุทธรูปแบบขอมปางสะดุ้งมาร ที่ผู้คนในพื้นที่และต่างถิ่นต่างรู้กิตติศัพท์ดีว่า พระองค์ทรงความศักดิ์สิทธิ์ในระดับที่ใครมาขอพรมักจะได้ดั่งใจหวังราวกับปาฏิหาริย์ หากสิ่งนั้นไม่เหลือวิสัยจนเกินไป จนกลายเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ไม่ขาดสาย
ถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อตาตนแล้ว มีเรื่องเล่าขานที่เป็นตำนานหน้าประวัติศาสตร์และสร้างความอัศจรรย์ใจมาจนถึงทุกวันนี้ เกิดขึ้นในราวปี 2420
ในยุคนั้น พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์องค์ที่ 8 มีความประสงค์จะอาราธนา "หลวงพ่อตาตน" ไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองขุขันธ์ จึงได้จัดขบวนแห่ต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก มีทั้งกองทหาร ช้าง และม้า แห่หลวงพ่อออกจากวัดสำโรงเกียรติ

แต่เมื่อขบวนเคลื่อนตัวออกไปได้ราว 500 เมตรเท่านั้นและกำลังจะข้ามสะพานห้วยทา เหตุการณ์ไม่คาดฝันและน่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้น จู่ๆ ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ลมพายุใหญ่พัดโหมกระหน่ำมาทั้ง 4 ทิศ ฝนตกลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้าจะถล่ม และมีเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องน่ากลัว

ความอัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นก็คือช้างและม้าในขบวนแห่เกิดอาการตื่นกลัวอย่างหนัก และพร้อมใจกันหมอบกราบลงกับพื้นดิน อย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับกำลังแสดงความเคารพต่อพลังอำนาจเร้นลับที่ไม่อาจฝืนได้
เมื่อเจ้าเมืองขุขันธ์ทรงทอดพระเนตรเห็นอภินิหารและเหตุการณ์ประหลาดเช่นนั้น พระองค์จึงทรงตระหนักทันทีว่าองค์หลวงพ่อไม่ประสงค์จะย้ายไปไหน จึงได้ประกาศคำขาดขึ้นว่า "ถ้าพายุฝนสงบลง ข้าพเจ้าจะนำหลวงพ่อกลับไปประดิษฐานไว้ที่วัดสำโรงเกียรติ ณ ที่เดิม"
พอสิ้นเสียงประกาศเท่านั้น ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง พายุฝนที่โหมกระหน่ำกลับสงบนิ่งลงทันทีราวกับปลิดทิ้ง เจ้าเมืองขุขันธ์จึงทำตามคำสัตย์ปฏิญาณ นำหลวงพ่อกลับคืนสู่วัดสำโรงเกียรติ และองค์ท่านก็ประดิษฐานอยู่ที่นั่นตราบจนถึงทุกวันนี้
จวบจนถึงปัจจุบัน ความศรัทธาต่อ "หลวงพ่อตาตน" ไม่เคยเสื่อมคลาย ตามคำบอกเล่าของเจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์มากในเรื่องของการ "บนบานศาลกล่าว"

ผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า หรือประชาชนทั่วไป ต่างเดินทางมาขอพรในสิ่งที่ปรารถนา มีตั้งแต่การ ขอให้สอบผ่านบรรจุเข้ารับราชการ, ขอความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน, ขอให้ธุรกิจค้าขายเจริญรุ่งเรือง, ขอโชคลาภ, หรือแม้แต่คู่สามีภรรยาที่ไร้บุตรก็มาขอบุตรธิดา, รวมถึงผู้เจ็บไข้ได้ป่วยที่หมดหนทางรักษา
และสิ่งหนึ่งที่ผู้คนปฏิบัติต่อเนื่องกันมา เมื่อคำขอประสบผลสำเร็จดั่งใจนึก คือการกลับมาแก้บนด้วยการบวชปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งมีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ยอมสละเวลามาปฏิบัติจริง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและนอบน้อมต่อองค์หลวงพ่อ
นี่คือเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของ "หลวงพ่อตาตน" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ที่ผ่านกาลเวลาเกือบ 150 ปี แต่พลังแห่งศรัทธายังคงสถิตแน่นอยู่ในหัวใจของผู้คน

หากใครมีโอกาสเดินทางไปเยือนจังหวัดศรีสะเกษ ลองแวะไปกราบสักการะขอพรหลวงพ่อตาตนที่วัดสำโรงเกียรติ อำเภอขุนหาญ ดูสักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความขลังด้วยตาตนเอง สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ
แนวหน้าแอดมิน #ฟิรุมุคุง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

