ทำความรู้จัก "เบบี้บลู" ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด พร้อม 5 วิธีรับมือ

ท่ามกลางความยินดีและตื่นเต้นของการต้อนรับสมาชิกใหม่สู่ครอบครัว คุณแม่หลังคลอดจำนวนไม่น้อยกลับต้องเผชิญกับความรู้สึกหดหู่และวิตกกังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทางการแพทย์ระบุว่านี่คือ "ภาวะเบบี้บลู" (Baby Blue) หรือภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท้องแรกหรือท้องที่เท่าไหร่ก็ตาม
ฮอร์โมนสวิง ต้นตอ "เบบี้บลู"
ทางการแพทย์อธิบายว่า ภาวะนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอย่างรวดเร็วในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรนจะลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างกายต้องเร่งหลั่งฮอร์โมนโปรแลคตินและออกซิโทซินเพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม การสวิงของฮอร์โมนเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ของคุณแม่ นอกจากนี้ ปัญหาความเครียดแวดล้อม เช่น ปัญหาการเงิน ความสัมพันธ์ ครอบครัวมีประวัติโรคซึมเศร้า หรือความกังวลเรื่องสุขภาพของทารก ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ
เช็กสัญญาณเตือน ภาวะเบบี้บลู
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ครอบครัวช่วยกันสังเกตอาการของคุณแม่หลังคลอด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลักๆ ได้แก่
- ด้านร่างกาย: อ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท เบื่ออาหาร และรู้สึกเซื่องซึม ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ
- ด้านจิตใจและอารมณ์: วิตกกังวลว่าตนเองจะเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ หดหู่ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และมักคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ
แนะ 5 วิธีรับมือ ก้าวผ่านความเศร้าหลังคลอด
หากคุณแม่หรือคนรอบข้างพบว่ามีภาวะเข้าข่ายเบบี้บลู สามารถรับมือเบื้องต้นได้ดังนี้:
- ไม่แบกรับไว้คนเดียว: หาผู้ช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงลูก เพื่อลดความเครียด
- พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และหาเวลาออกกำลังกายเบาๆ
- หากิจกรรมคลายเครียด: ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อดึงตัวเองออกจากความวิตกกังวล
- หาเพื่อนร่วมประสบการณ์: พูดคุยหรือเข้ากลุ่มกับคุณแม่ท่านอื่น เพื่อแลกเปลี่ยนและระบายความรู้สึก
- พบแพทย์: หากรู้สึกรับมือไม่ไหว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
แพทย์เตือน! หากเกิน 2 สัปดาห์ เสี่ยงโรคซึมเศร้าหลังคลอด
โดยปกติแล้ว ภาวะเบบี้บลูมักจะมีอาการรุนแรงในช่วงสัปดาห์แรก และคุณแม่จะสามารถค่อยๆ ปรับตัวจนหายได้เอง แต่แพทย์ได้ออกโรงเตือนว่า หากอาการลากยาวเกิน 1-2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีความคิดรุนแรง เช่น อยากทำร้ายตนเองหรือลูก มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หรือฉุนเฉียวอย่างหนัก นี่ไม่ใช่แค่เบบี้บลู แต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายของ โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) หรือ โรคจิตหลังคลอด (Postpartum Psychosis) ซึ่งไม่สามารถหายเองได้ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
สำหรับคุณแม่หรือครอบครัวที่มีความกังวลใจและไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับใด สามารถเข้ารับการทำแบบประเมินภาวะเบบี้บลู หรือแบบประเมินภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ที่สถานพยาบาล เพื่อประเมินความเสี่ยงและรับการดูแลอย่างทันท่วงที.
ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลวิมุต และ พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

