ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งจี้! 'วันชัย' กางแผนปฏิรูป Thai PBS ปีแรก 'ทำความเข้าใจองค์กร' อ้างปัญหาหมักหมมเกือบ 20 ปี ต้องรอปี 72 จึงจะเห็นผลชัด

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ที่เสนอเปลี่ยนให้ไทยพีบีเอสรับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
ซึ่งช่วงก็หน้านี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสัญญาจ้างจากพิธีกรหรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับค่าจ้างในปริมาณที่สูง หรือการจ้างเฉพาะเจาะจง จนทำเกิดกระแสการตั้งคำถามวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใส่ขององค์กร และลามไปถึงคำถามเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างในอนาคต
ล่าสุด นาย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยไทยพีบีเอส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง อดีตรองผู้อำนวยการ ด้านข่าวและรายการ ไทยพีบีเอส (พ.ศ. 2554 – 2558) ได้โพสต์ถึงข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Vanchai Tantivitayapitak โดยนำเสนอการ ปฏิรูปไทยพีบีเอส : จากวิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนแปลง ไว้ดังนี้

(ตอน 1)
- ทีมบริหารชุดนี้เริ่มทำงานที่ Thai PBS เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2568
ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อสาธารณะของทุกคน ที่เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางขึ้น มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และปรับตัวให้ทันกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านจากสถานีโทรทัศน์ไปสู่ Public Media Service Platform การผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้ชมหลากหลายกลุ่ม ตลอดจนการพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
2 ตลอดช่วงหนึ่งปีแรก ทีมบริหารได้เรียนรู้และพยายามแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เดินหน้า แต่เราทราบดีว่าองค์กรที่มีอายุเก่าแก่ร่วมยี่สิบปี น่าจะมีปัญหาหมักหมมมานานพอสมควร ตามธรรมชาติขององค์กรขนาดใหญ่ และยังใช้กฎและระบบการทำงานกึ่งราชการ
3 ทีมบริหารได้เริ่มวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขประเด็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเนื้อหาที่มีคุณภาพหลากหลายและน่าเชื่อถือให้สามารถสร้างยอดผู้ชม การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีโครงข่ายการออกอากาศ การเปลี่ยนผ่านจากสถานีโทรทัศน์ไปสู่ Public Media Service Platform ตลอดจนการพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพของบุคลากร
และความจำเป็นในการปรับตัวให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
4 หนึ่งปีแรกจึงเป็นช่วงเวลาของการทำความเข้าใจองค์กร เริ่มแก้ไขประเด็นสำคัญ และวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

(ตอน 2)
แนวคิดและตัวอย่างในการปฏิรูป Thai PBS 2570-2572
อีกสองปี Thai PBS จะครบรอบยี่สิบปีทีมบริหารมีแนวคิดชัดเจนในแผนงานการปฏิรูปองค์กร แต่ขณะเดียวกันทีมบริหารตระหนักว่าประชาชนมีสิทธิตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของงบประมาณ ความโปร่งใสในการใช้เงินคุณภาพเนื้อหา ความเป็นกลาง และประสิทธิภาพการทำงาน
ข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ และจะให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปสื่อสาธารณะครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงแผนการปฏิรูปองค์กรอีกไม่นานเราจะเปิดเวที ร่วมกับองค์กรสื่อวิชาชีพ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้แสดงความเห็นและตารางที่เห็นเป็นตัวอย่างน้ำจิ้มเล็กๆที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ
1 ยกระดับระบบรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนต่างๆ
ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และประชาชนเห็นการสื่อสารและความโปร่งใสที่ชัดเจนขึ้น
2 ผลักดัน One Content, Multi-Platform ขยายการใช้ One Archive และ AI Platform
3 พัฒนาระบบ ERP (Enterprise Resource Planning ) ระบบวางแผนทรัพยากรขององค์กร
เพื่อให้หน่วยงานเริ่มทำงานบนข้อมูลและระบบที่เชื่อมโยงกัน ลดการทำงานซ้ำ และเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาข่าวและรายการ
4 ยกระดับบทบาท VIPA ให้เป็น National Streaming Platform เพื่อเป็นหลักของประเทศในเรื่องนี้
5 การลดขนาดองค์กรไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการลดขนาดองค์กรหรือจำนวนพนักงานเท่านั้น แต่เน้นลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร
6 ตั้งเป้าการแข่งขันในเชิงปริมาณของคนดูทุกplatform และในแง่ข่าวและรายการ ที่นำเสนอมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม( social impact)ในวงกว้างอย่างไร
7 การปฏิรูปต้องวัดผลได้ และประชาชนต้องตรวจสอบได้
จัดทำตัวชี้วัดที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงาน คุณภาพเนื้อหา การใช้ทรัพยากร ความโปร่งใส และคุณค่าที่ประชาชนได้รับ โดยกำหนดข้อมูลฐานและค่าเป้าหมายอย่างเป็นทางการก่อนนำไปใช้
8 ภายในปี 2572 องค์กรควรแสดงได้ว่ากระบวนการทำงานหลักรวดเร็วขึ้นเพียงใด เทคโนโลยีช่วยลดภาระงานได้เท่าใด
บุคลากรพัฒนาทักษะอย่างไร คลังเนื้อหาถูกใช้ประโยชน์มากขึ้นเพียงใด โดยมีขั้นตอนคือ
ปี 2570 ต้องเริ่มเห็นกระบวนการทำงานและบริการที่ดีขึ้น
ปี 2571 ต้องเห็นคน ข้อมูล เทคโนโลยี และเนื้อหาเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ภายในปี 2572 ต้องแสดงได้ว่าไทยพีบีเอสคล่องตัว ทันสมัย โปร่งใส และสร้างคุณค่าให้ประชาชนมากกว่าเดิม
การปฏิรูปไม่ใช่การละทิ้งสิ่งที่องค์กรสร้างมา แต่เป็นการต่อยอดจุดแข็ง ปรับปรุงสิ่งที่พัฒนาได้ และส่งมอบระบบงานที่แข็งแรงกว่าเดิมให้ประชาชนและทีมบริหารรุ่นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

