วัส ติงสมิตร ถอดบทเรียน กฎหมายแบรนด์ดัง ปม NENE ROYAL เทียบหลักการจดเครื่องหมายการค้าตามบรรทัดฐานฎีกาใหม่

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่กลายเป็นประเด็นดรามาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nunoy Ponchaisri ได้โพสต์ข้อความระบุถึงการยื่นจดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าชื่อ Nene Royal ในนามบุคคล เพื่อมอบสิทธิให้แก่ครอบครัวของ น้องเนเน่ โดยอ้างว่าได้มีการพูดคุยกับ คุณจอน เอลรอน ซึ่งมีความคิดเห็นตรงกัน แต่อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวได้จุดประเด็นความสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตจำนวนมากว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการถือวิสาสะดำเนินการโดยลำพังหรือไม่ และได้มีการขออนุญาตจากครอบครัวของน้องเนเน่อย่างถูกต้องแล้วหรือยัง กระทั่งในเวลาต่อมาผู้ยื่นยอมเพิกถอนคำขอแล้ว ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมงัดระบบมอนิเตอร์ระดับโลก พร้อมช่วยเพิกถอนสิทธิ์หากซ้ำซ้อนในเกาหลีใต้
ล่าสุดวันนี้ 20 ตุลาคม 25696 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความวิเคราะห์ข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว กรณี NENE ROYAL กับหลักการจดเครื่องหมายการค้าที่ถูกต้องตามบรรทัดฐานฎีกาใหม่ โดยระบุว่า "ถอดบทเรียนกฎหมายแบรนด์ดัง: กรณี “NENE ROYAL” กับหลักการจดเครื่องหมายการค้าที่ถูกต้องตามบรรทัดฐานฎีกาใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา สำหรับกรณีเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” ของ “เนเน่ รอยัล” (นางสาว รัตติกานต์ อำลอย อายุ 16 ปี) ศิลปินสาวไทยจากจังหวัดภูเก็ต ผู้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับสากลอย่าง America’s Got Talent (AGT) 2026 เมื่อมีบุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจสมุนไพรในจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อดังกล่าวในประเทศไทย โดยอ้างเจตนาว่าจะมอบให้เป็น “ของขวัญ” เพื่อสนับสนุนศิลปิน
กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า “การนำชื่อของบุคคลอื่นหรือศิลปินมีชื่อเสียงไปยื่นจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า โดยที่เจ้าของชื่อไม่ได้อนุญาต สามารถทำได้หรือไม่?” และ “ความหวังดีสามารถใช้เป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายได้หรือไม่?”
1.ถอดชนวนข้อเท็จจริงกรณี “NENE ROYAL”
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถสรุปข้อเท็จจริงสำคัญตามลำดับเวลาได้ดังนี้:
• จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง: บุคคลภายนอกได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” ในรายการสินค้า “เสื้อยืดพิมพ์ลาย” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 และได้โพสต์ข้อความอ้างว่าทำไปเพื่อเป็นของขวัญให้แก่ ศิลปินสาว
• กระแสคัดค้านและท่าทีจากฝ่ายศิลปิน: ฝ่ายศิลปินและบริษัทตัวแทน (Black Lotus Global LLC) ซึ่งได้ยื่นจดทะเบียนทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยไว้แล้ว (ครอบคลุมทั้งดนตรี ดิจิทัล เสื้อผ้า และการแสดง) ไม่ได้รับรู้หรือมอบอำนาจให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการแทน จึงเตรียมใช้สิทธิทางกฎหมายในการปกป้องสิทธิ
• การเคลื่อนไหวของภาครัฐ: กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้สยบกระแสข่าวโดยยืนยันว่า การยื่นคำขอเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งมีคำสั่งเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตจากเจ้าของชื่อ
• ข้อยุติของกรณีพิพาท: เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้ยื่นคำขอได้ตัดสินใจ ยื่นถอนคำขอจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ออกไปด้วยตนเอง ทำให้กระบวนการพิจารณาในส่วนนี้เป็นอันระงับไป และเปิดทางให้คำขอจดทะเบียนของฝ่ายศิลปินตัวจริงเข้าสู่กระบวนการพิจารณา (คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570)
2. โครงสร้างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขพื้นฐานตาม มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งวางหลักไว้ว่า เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้นั้น ต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ:
1)เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ (ตามมาตรา 7)
2) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย (ตามมาตรา 8 เช่น เครื่องหมายที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ) เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม)
3) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว (ตามมาตรา 13)
หากขาดลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง นายทะเบียนย่อมมีอำนาจปฏิเสธการรับจดทะเบียนทันที
3. เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น (มาตรา 7 วรรคหนึ่ง)
เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ (มาตรา 7 วรรคสอง)
เจาะลึกคำอธิบาย มาตรา 7 วรรคสอง (1) และบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2566
“ลักษณะบ่งเฉพาะ” ตาม มาตรา 7 วรรคสอง (1) กฎหมายได้บัญญัติถึงการนำชื่อมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ซึ่งมีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจและได้รับการวางบรรทัดฐานใหม่โดยศาลฎีกา ดังนี้:
ข้อความตามกฎหมาย: "ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดา ชื่อเต็มของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือชื่อในทางการค้าที่แสดงโดยลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง”
การตีความใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
เดิมทีมีความเข้าใจกันว่า การนำชื่อตัวและชื่อสกุลมาจดทะเบียน จะต้องประดิษฐ์หรือเขียนให้มี "ลักษณะพิเศษ" เสมอ แต่ ศาลฎีกาที่ 39/2566 และ 2652/2566 ได้วางแนวทางไว้ชัดเจนว่า:
• คำว่า "ที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ" เป็นคำขยายเฉพาะคำว่า "ชื่อในทางการค้า" เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงชื่อตัวและชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาด้วย
• ดังนั้น หากนำ ชื่อตัว + ชื่อสกุล ของบุคคลธรรมดา (ที่ไม่ใช่ชื่อสกุลที่รู้ทันทีว่าเป็นชื่อสกุลของตระกูลหนึ่ง) มาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า โดย ไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง เครื่องหมายนั้น ย่อมมีลักษณะบ่งเฉพาะในตัวเองทันที โดยไม่จำเป็นต้องแสดงด้วยลักษณะพิเศษ
องค์ประกอบและหลักเกณฑ์สำคัญตามมาตรา 7 วรรคสอง (1):
1)หลักเกณฑ์เรื่องชื่อตัวและชื่อสกุล:
• สามารถนำชื่อตัวคู่กับชื่อสกุลจริงของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงมาจดทะเบียนได้ โดยไม่ต้องแต่งเติมลวดลายหรือประดิษฐ์อักษรเป็นพิเศษ
• หากมีการใช้เฉพาะชื่อตัว หรือใช้คำนำหน้านาม/ตำแหน่ง (เช่น นาย, นางสาว, ดร., นายแพทย์) บุคคลนั้นต้องมีตัวตนอยู่จริง และหากเป็นตำแหน่งเฉพาะอาจต้องมีหลักฐานประกอบ
2) ข้อยกเว้นเรื่อง "ชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดา":
ชื่อสกุลที่จะนำมาขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ จะต้องเป็นชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่คนทั่ว ๆ ไปไม่รู้จักว่าเป็นชื่อสกุล เช่น Chanel ทั้ง ๆ ที่เป็นชื่อสกุลของ Coco Chanel ชาวฝรั่งเศส แต่เวลาเราเรียกหรือได้ยินคำนี้ เราจะเข้าใจหรือนึกถึงแบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศสที่ซึ่งมีชื่อเสียงด้านน้ำหอม เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับหรู ไม่ได้นึกถึงชื่อสกุลของชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง จึงถือได้ว่า “ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดา” สามารถนำชื่อสกุลนี้มาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้
หากเป็นชื่อสกุลที่เป็นที่รู้จักกันดีหรือเป็นชื่อสกุลของบุคคลสาธารณะ ก็ต้องห้ามนำมาจดทะเบียน เข่น ชื่อสกุลของผู้นำ หรือบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ชื่อสกุลของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ (เช่น นักกวีหรือนักวิทยาศาสตร์) หรือชื่อสกุลของผู้นำทางศาสนา
3) เงื่อนไขสำคัญกรณีใช้ชื่อของ "บุคคลอื่น":
แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ยื่นจดทะเบียนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นได้ (เช่น บุตร ธิดา หรือบุคคลมีชื่อเสียง) แต่หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่เจ้าของชื่อนั้นเอง นายทะเบียน มีหน้าที่ต้องสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนนำส่ง "หนังสือยินยอม" (Letter of Consent) และหลักฐานการได้รับอนุญาตจากเจ้าของชื่อมาประกอบการพิจารณาเสมอ
อย่างไรก็ตาม ชื่อ “NENE ROYAL” เป็นชื่อของศิลปินที่ใช้ในการขับร้อง เล่นดนตรี และการแสดง ไม่ใช่ “ชื่อตัว” และ “ชื่อสกุล” จริง คือ รัตติกานต์ อำลอย จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายเครื่องหมายการค้ามาตรานี้
แต่ถือว่าเป็นสิทธิของนางสาวรัตติกานต์ อำลอย ที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 บุคคลอื่นไม่มีสิทธิใช้ และไม่มีสิทธินำไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
4. การคาดหมายผลทางคดีหากผู้แอบอ้างไม่ถอนคำขอ
ในกรณีนี้ ผู้ยื่นคำขอชาวเชียงใหม่ไม่ได้ตัดสินใจยื่นถอนคำขอออกไปเอง ผลทางกฎหมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามลำดับ มีดังนี้:
• ชั้นการพิจารณาของนายทะเบียน (ปฏิเสธคำขอ):
นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ตรวจสอบความเกี่ยวข้องและหนังสือยินยอม เมื่อผู้ยื่นไม่สามารถแสดงหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือยินยอมจากผู้มีสิทธิใช้ "เนเน่ รอยัล" ได้ นายทะเบียนจะมีคำสั่ง ปฏิเสธการรับจดทะเบียน เนื่องจากเป็นการยื่นโดยไม่มีสิทธิและเข้าข่ายไม่สุจริต
• ความเสี่ยงรับโทษทางอาญา (มาตรา 107):
หากมีการตรวจสอบพบว่าผู้ยื่นได้กรอกข้อมูลหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน เพื่อให้เข้าใจว่าได้รับอนุญาตจากศิลปินแล้ว ผู้ยื่นอาจต้องรับโทษทางอาญาตาม มาตรา 107 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
• การคัดค้านและการเพิกถอนโดยฝ่ายศิลปิน:
หากคำขอหลุดรอดไปถึงขั้นตอนประกาศโฆษณา ฝ่ายศิลปินสามารถยื่น คัดค้านได้ภายใน 60 วัน (ตามมาตรา 35) หรือหากได้รับการจดทะเบียนไปแล้ว ก็สามารถฟ้องต่อศาลเพื่อ ขอเพิกถอนการจดทะเบียนได้ภายใน 5 ปี (ตามมาตรา 61 และ 67) เนื่องจากฝ่ายศิลปินเป็นผู้มีสิทธิดีกว่าในชื่อดังกล่าว
5. บทสรุปและข้อคิดเตือนใจ
กรณีพิพาท NENE ROYAL เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนสำหรับสังคมและผู้ประกอบการว่า "ความหวังดี (หากมี) กอปรกับเจตนาส่วนตัว ไม่สามารถใช้ทดแทนสิทธิและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายได้"
ระบบเครื่องหมายการค้าแม้จะมีหลักการ First-to-File (ผู้ยื่นก่อนมีสิทธิก่อนในเบื้องต้น) แต่กระบวนการตรวจสอบของนายทะเบียนและหลักความสุจริต คือกลไกสำคัญที่ป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสฉกฉวยชื่อเสียงของผู้อื่น การสนับสนุนศิลปินหรือบุคคลมีชื่อเสียงที่ถูกต้องที่สุด คือการเคารพสิทธิของบุคคลอื่น ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของสิทธิที่แท้จริงในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเท่านั้น
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 20/10/69 #NENEROYAL #เครื่องหมายการค้า #ทรัพย์สินทางปัญญา #กฎหมายน่ารู้ #กรมทรัพย์สินทางปัญญา #ศาลฎีกา #ความรู้กฎหมาย #เนเน่รอยัล #TrademarkLaw #IPLaw #LegalCaseStudy #วัสติงสมิตร"

หลังจากที่โพสต์ของ วัส ติงสมิตร เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"กรณี NENE ROYAL สะท้อนหลักกฎหมายว่า การจดเครื่องหมายการค้าโดยใช้ชื่อหรือชื่อศิลปินผู้อื่นต้องเคารพสิทธิและความยินยอมของเจ้าของชื่อ แม้อ้างเจตนาดี ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผู้ยื่นคำขอถอนคำขอเมื่อ 19 ตุลาคม 2569 เป็นอุทาหรณ์ว่า หลักผู้ยื่นก่อนมิได้หมายถึงมีสิทธิเหนือกว่าเสมอ และความสุจริตเป็นหัวใจสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา"
"เขียนได้ดีและชัดเจนในแนวคำพิพากษาครับ"
"ขอบพระคุณมากๆครับอาจารย์ กูรู น้อยคนมากที่จะออกมาให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ,ลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร จริงๆแล้วกระผมมองว่า เครื่องหมายการค้าลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนมากๆ น่าจะศึกษาไว้ครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในงานสร้างสรรค์และการค้าล้วนมี ลิขสิทธิ์สิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า ...มาข้องเกี่ยว"
"ขออนุญาตแชร์ครับอาจารย์"
"ขออนุญาตแชร์นะครับอาจารย์"
"กราบขอบพระคุณคะอาจารย์ พอดีเคยสอนวิชาทรัพย์สินทางปัญญา อาจารย์ให้ความกระจ่างมาก กฏหมายทรัพย์ทางปัญญาเป็นกฏหมายที่ใกล้ตัวประชาชน ขออณุญาตแชร์นะคะ"
"ควรตรวจสอบว่ายื่นแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จไหมน่ะครับเพื่อจะได้เป็นเยี่ยงอย่างให้สังคม"
"ใครเชื่อบ้างว่าหวังดี"





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

