ไม่ใช่ไวรัส! นักไวรัสวิทยา ย้ำ 'กาฬโรค' เป็นแบคทีเรีย มียารักษา

จากกรณีที่มีรายงานข่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย สั่งกักตัวและเฝ้าระวังทางการแพทย์ประชาชนเกือบ 200 คน หลังจากเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจเป็นการติดเชื้อกาฬโรค (Plague) นั้น ล่าสุด ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เพื่อลดความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า เชื้อในข่าวนี้ ไม่ใช่" ไวรัส" หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไวรัส เพราะเห็นคำว่า “outbreak” หรือ “โรคติดต่อ” แล้วมักนึกถึงโควิดหรือไข้หวัดใหญ่ ความจริงคือ กาฬโรค (plague) เกิดจาก แบคทีเรีย ชื่อ Yersinia pestis
กาฬโรคชนิดปอด (pneumonic plague) คือเชื้อแบคทีเรียเข้าไปติดที่ปอด ทำให้ติดต่อระหว่างคนได้ง่ายกว่าชนิดต่อมน้ำเหลือง (bubonic plague) แบคทีเรียชนิดนี้รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากตรวจพบและให้ยาเร็ว
สรุปย่อๆคือ เหตุการณ์เกิดขึ้นในเมือง Irkutsk ประเทศรัสเซีย (ไซบีเรีย) เมื่อปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2026 มีพนักงานหญิงอายุประมาณ 28 ปี ที่ทำงานในห้องแล็บของสถาบันวิจัยโรคระบาด (Anti-Plague Institute) ในพื้นที่ ป่วยหนักด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง แล้วเสียชีวิต มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า เธออาจสัมผัสเชื้อขณะทำงานในแล็บ (บางแหล่งบอกว่าหลอดทดลองแตก) ทำให้เกิดความกังวลว่าเป็น โรคกาฬโรคชนิดปอด (pneumonic plague) ซึ่งติดต่อจากคนสู่คนได้ทางละอองฝอยจากการไอหรือจามหลังจากนั้น:
- มีการกักตัวผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 200 คน
- โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองถูกกักกันชั่วคราว
- โรงงานอลูมิเนียมในพื้นที่สั่งให้พนักงานใส่หน้ากาก
- มหาวิทยาลัยบางแห่งยกเลิกการเรียนการสอน
ต่อมาทางการรัสเซีย (Rospotrebnadzor) ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานว่าเป็นกาฬโรค และระบุว่าเป็น “ปอดอักเสบจากสาเหตุไม่ทราบแน่ชัด” พร้อมระบุว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงควบคุมได้
อ่านต้นทางได้ที่นี่ Anan Jongkaewwattana

