จ่อ4จังหวัด รับมือน้ำเจ้าพระยา ฝนถล่มหนักระยอง

ปภ.เตือน 4 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง ด้านเมืองพัทยา อ่วม ถนนหลายสายจมบาดาล ส่วนสุพรรณบุรีน้ำเอ่อท่วมแล้ว 5 อำเภอ ขณะที่อ่างทอง กระทบแล้ว 3 อำเภอ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ด้าน จ.ระยอง วิกฤตน้ำทะลัก อ.ปลวกแดง ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของ-หมู รอดตายหวิว
เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ.ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รับแจ้งจากกรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 22 ก.ย.2569 ว่าคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า โดยสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที คาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบประมาณ 300–400 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,100–2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400–450 ลบ.ม.ต่อวินาที
ทั้งนี้ จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอัตรา 1,500–2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร , จ.อ่างทอง ที่ อ.วิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมือง , จ.สิงห์บุรี ที่ อ.อินทร์บุรี และพรหมบุรีและจ.ชัยนาท ที่ อ.สรรพยา
อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชน จึงสั่งการให้ศูนย์ ปภ.เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท จัดประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง
วันเดียวกัน ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีฝนตกต่อเนื่องนับชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำเอ่อเข้าท่วมผิวการจราจรหลายพื้นที่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าฝนที่ตกอย่างหนักทำให้มีปริมาณน้ำสะสมตามถนนสายสำคัญหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า โดยน้ำท่วมถนนพัทยา สาย 3 , สาย 2 ซอยบัวขาว ถนนสุขุมวิทและถนนเลียบทางรถไฟทั้งสองฝั่ง บางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงจนจักรยานยนต์และรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องจอดรถหลีกเลี่ยงเส้นทางเพื่อรอให้ระดับน้ำลดลง รวมทั้งมีรถบางคันเสียหายจากน้ำท่วม
ด้านเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ได้จัดกำลังลงพื้นที่จุดเสี่ยง ซึ่งมีน้ำท่วมขัง พร้อมอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสน้ำและช่วยลดผลกระทบต่อการจราจร ทั้งนี้ หากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงจุดที่มีน้ำท่วมขังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ที่ จ.สุพรรณบุรี ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สุพรรณบุรี รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งนอกคันกั้นน้ำและฝนตกในพื้นที่ ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 5 อำเภอ 18 ตำบล 91 หมู่บ้าน 2,959 ครัวเรือน ได้แก่ อ.สองพี่น้อง (2,023 ครัวเรือน), อ.บางปลาม้า (673 ครัวเรือน), อ.เมือง(244 ครัวเรือน), อ.ดอนเจดีย์ (14 ครัวเรือน) และ อ.ศรีประจันต์ (5 ครัวเรือน)
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเครื่องจักรอุปกรณ์และทรัพยากรเข้าสนับสนุนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยกรมชลประทาน สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว รวม 13 เครื่อง, ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี สนับสนุนขนาด 14 นิ้ว 2 เครื่อง, อบจ.สุพรรณบุรี สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 3 เครื่อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ มอเตอร์ไฟฟ้า และไดร์โว่รวม 17 เครื่อง พร้อมกับส่งมอบเรือพาย (2 ที่นั่ง) รวม 221 ลำ และเรือพายไฟเบอร์อีก 25 ลำ เพื่อใช้ในการเดินทางเข้า-ออกชุมชน และยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ส่วนที่ จ.อ่างทอง ภายหลังฝนตกตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ที่ไหลผ่าน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ไชโย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ย 20–30 เซนติเมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 1,750ลบ.ม.ต่อวินาที จากการติดตามระดับน้ำ พบว่าแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับน้ำอยู่ที่ 6.92 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.08 เมตร ส่วนแม่น้ำน้อย พื้นที่หมู่ 9 ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ มีระดับน้ำอยู่ที่ 4.27 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.73 เมตร
ทั้งนี้ มีพื้นที่รับผลกระทบแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.ไชโย รวม 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน 115 ครัวเรือน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ และชุมชนริมแม่น้ำ
ส่วนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อ่างทอง ร่วมกับ ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี เตรียมระดมทรัพยากรและอุปกรณ์เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจรับมือสถานการณ์น้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยรถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 2คัน เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 2 ลำเรือยางพร้อมเครื่องยนต์ 5 ลำ เรือพาย 25ลำ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยง ติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และพร้อมเคลื่อนย้าย หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
วันเดียวกัน ที่ จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ปลวกแดง น้ำได้ทะลักท่วมภายในซอยอ่างน้ำพัฒนา ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง และพื้นที่การเกษตร ทำให้ชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำ รวมทั้งสุกรในคอกที่ขนย้ายได้อย่างหวุดหวิด โดยมีอาสาสมัครกู้ภัย ช่วยขนย้ายสุกรหลายตัวที่กำลังลอยคอในน้ำ ไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย
ด้านนายวิชิต สุทธโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระยอง พร้อมกำลัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการด่วน โดยนายวิชิต เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจและช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากน้ำลด ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

