เชียงรายชูโมเดลระบบอาหารปลอดภัย ผสานพลังเชื่อมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ครอบคลุม 18 อำเภอ

เชียงรายผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล ชูการทำงานเชื่อม "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ" ขณะที่สสส.หนุนสานพลังเครือข่ายเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานจังหวัด สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน
บริษัท ฟอร์เวิร์ด ซี จำกัด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดเวที “ข่วงอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย” ภายใต้โครงการ “การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล” โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เวทีดังกล่าวมุ่งขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยของจังหวัดเชียงรายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิต หน่วยงานท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย จนถึงผู้บริโภค พร้อมขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า เวทีครั้งนี้เป็นความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัย และสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างสมดุลให้แก่ประชาชนชาวเชียงราย โดยมุ่งขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัด หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงเครือข่ายตั้งแต่ต้นทางผู้ผลิตไปจนถึงชุมชน พร้อมขอบคุณเทศบาลนครเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. และภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นอาหารปลอดภัยและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างจริงจัง
“การเชื่อมโยงเครือข่ายตั้งแต่ผู้ผลิตมาสู่ชุมชน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นฐานรากของชุมชน การขับเคลื่อนนโยบายผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU จึงต้องนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงข้อตกลงบนกระดาษ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นร่วมกัน ดำเนินงานอย่างจริงจัง ผนึกกำลังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และนำไปสู่ความยั่งยืนของเมืองอาหารปลอดภัยเชียงราย” นายชูชีพ กล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต่อไปว่า การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนจะช่วยให้เกษตรกรเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิต การจัดการ ไปจนถึงการเข้าถึงอาหารของคนในชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเมืองเชียงรายสู่สุขที่สมดุลในทุกมิติ

ด้าน นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า การขับเคลื่อนเมืองอาหารปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสุขภาวะ โดยวางระบบการทำงานตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ
ต้นน้ำ คือการสนับสนุนเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางการเงิน ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี และปรับสู่เกษตรชีวภาพควบคู่เทคโนโลยี ขณะที่กลางน้ำ เทศบาลนครเชียงรายทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการและสร้างความมั่นใจว่าผลผลิตจะมีตลาดรองรับในราคาที่เหมาะสม ส่วนปลายน้ำ คือการทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารสด ปลอดภัย มีคุณภาพ และราคาเป็นธรรม
ปัจจุบัน มีโรงเรียนในสังกัดเข้าร่วมแล้ว 8 แห่ง ครอบคลุมกว่า 8,000 ครอบครัว พร้อมจัดตั้งกลไกภายในเพื่อจัดการแก้ปัญหาด้านการเงิน การคลัง และระเบียบราชการ ประสานสถาบันการศึกษาดูแลรับรองคุณภาพผลผลิต ตั้งเป้าให้เชียงรายเป็นต้นแบบขยายผลสู่ท้องถิ่นอื่นได้กว่า 100 แห่งในอนาคต
นายวันชัย กล่าวว่า ในอดีตเชียงรายเป็นเมืองที่ขาดโอกาส มีความเหลื่อมล้ำ เศรษฐกิจพึ่งพิงภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และการค้าชายแดนเป็นหลัก จึงตั้งเป้าผลักดันให้เชียงรายก้าวสู่การเป็น "เมืองสุขภาวะ" ที่ประชาชนมีสุขภาพดี แข็งแรง มีความสุข ผ่านความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ สสส. ที่สนับสนุนทั้งองค์ความรู้ งบประมาณ และการฝึกอบรม จนบุคลากรท้องถิ่นและประชาชนเริ่มซึมซับแนวคิดและพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน
"สสส. เป็นผู้ให้ทั้งกำลังใจ งบประมาณ และองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ เพื่อให้ความสุข 3 มิติ เป็นสิ่งพี่น้องเชียงรายจะเข้าถึงได้ สัมผัสได้ และมั่นใจได้ว่า แผ่นดินเชียงรายแห่งนี้ จะเป็นนครแห่งความสุข" นายวันชัย กล่าว
ขณะที่ ดร.ทัศนีย์ ธรรมติน อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในฐานะผู้แทนผู้บริหารมหาวิทยาลัยและนักวิชาการประจำโครงการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายทำหน้าที่เป็น "กลไกหลัก" และ "ผู้เชื่อมร้อย" การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการกลางน้ำ ไปจนถึงผู้บริโภคปลายน้ำ ด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม ตลอดเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนสามารถขยายการดำเนินงานครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย
"การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัย ไม่ใช่ภารกิจของคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกชีวิตควรเข้าถึงแหล่งอาหารที่บริสุทธิ์ ปลอดภัย และยั่งยืน” ดร.ทัศนีย์ กล่าว
ดร.ทัศนีย์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานว่า โครงการสามารถเพิ่มพื้นที่เกษตรสีเขียวได้แล้วกว่า 1,200 ไร่ และกำลังดำเนินงานเพิ่มเติมอีก 1,040 ไร่ มีเกษตรกรผ่านการรับรองในโครงการแล้ว 105 ราย และมีเกษตรกรอยู่ระหว่างการเรียนรู้กับโครงการอีกกว่า 100 ราย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขพื้นที่หรือจำนวนเกษตรกร แต่คือสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่ โดยก้าวต่อไปคือการต่อเติมระบบอาหารปลอดภัยให้เชื่อมกับกลไกภาคราชการ เพื่อสานต่อนโยบายให้มีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายจึงพร้อมเป็น “ฟันเฟืองแห่งพลังทางปัญญา” ร่วมขับเคลื่อนเชียงรายสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านอาหาร เพื่อสุขภาวะที่สมดุล

ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการดำเนินงานเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จากการสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ซึ่งมีสมาชิกกระจายอยู่ครบทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยมีเทศบาลนครเชียงรายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ จากนั้นได้ผสานพลังกับเครือข่ายเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานระดับจังหวัด ขณะที่ สสส. เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนและกลไกแกนนำ จึงสนับสนุนการทำงานด้านวิชาการร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของเกษตรกร พัฒนาหลักสูตร สร้างแรงบันดาลใจ และผลักดันให้ท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกัน การดำเนินงานเริ่มจากพื้นที่ 1 อำเภอ ก่อนขยายผลสู่ 4 โซน และครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย นำไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านปฏิบัติการ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับชุมชนท้องถิ่น
"ขบวนเครือข่ายในวันนี้มีทั้งพลังของแกนนำที่ได้รับการพัฒนา และตลาดที่กระจายอยู่ในทุกโซนของ 18 อำเภอ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายผลและขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยของเชียงรายไปสู่ความยั่งยืน" ดร.นิสา กล่าว
สอดคล้องกับ ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 ที่ระบุว่า สสส. มุ่งขับเคลื่อนอาหารปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน และส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน
"อาหารเป็นวิถีชีวิตประจำวันที่ทุกคนต้องกินต้องใช้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มีผลต่อสุขภาพโดยตรง อาหารเป็นเรื่องใหญ่ สสส. จึงพยายามเน้นไปที่อาหารปลอดภัย ซึ่งหมายถึงอาหารที่ไม่มีการปนเปื้อน เป็นเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง” ดร.นพ.พิศิษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ ดร.นพ.พิศิษฐ์ ยังเผยถึงเหตุผลที่ เชียงรายได้รับเลือกเป็นพื้นที่ดำเนินงานจากความพร้อมของชุมชนและฐานความเป็นเมืองเกษตรกรรม โดยมีเทศบาลนครเชียงรายเป็นพื้นที่ต้นแบบ ก่อนขยายผลสู่ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัด การขับเคลื่อนดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการบริโภคผักพื้นบ้านปลอดสาร เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ควบคู่กับการสนับสนุนกลไกชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมถึงการพัฒนา “เชฟชุมชนท้องถิ่น” ให้ปรุงอาหารปลอดภัย ลดหวาน มัน เค็ม และผลักดันนโยบายอาหารปลอดภัยในโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อเกษตรกรและผู้บริโภคทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ ภายในงานได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "ผสานพลังนโยบายสาธารณะ ขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล" ระหว่างจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สสส. และภาคีเครือข่าย ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนาระบบอาหารปลอดภัยของเมืองเชียงรายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชนท้องถิ่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

