บุคคลแนวหน้า : 12 ตุลาคม 2569

แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา ทุกแพลตฟอร์ม วันนี้ถึงคิวนายพริบพรี มารับใช้ท่านผู้อ่านเหมือนเดิม
...■■ ก่อนอื่นเลย ต้องขอแสดงความยินดีกับ “เนเน่” แพรว รัตติกานต์ อำลอย แชมป์ America’s Got Talent 2026 ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีระดับโลก โดยเฉพาะภาพความปลาบปลื้ม เมื่อ เนเน่และครอบครัว ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงการแสดงของ เนเน่ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้คนไทย ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากมีความสามารถ ความมุ่งมั่น และโอกาส คนไทยก็สามารถไปยืนอยู่แถวหน้าของโลกได้ไม่แพ้ชาติใด
...■■ หลังน้ำลดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ สิ่งที่ตามมาคือกองขยะและเศษสิ่งของที่ต้องเร่งเก็บกวาด ฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ งานนี้ต้องชื่นชมกำลังทหารและหน่วยงานที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ทั้งแรงงานและยานพาหนะ โดยมี พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับการสนับสนุน ภาพเหล่านี้ตอกย้ำว่า ในยามเกิดภัยพิบัติ ประชาชนต้องการเห็นทุกหน่วยงานลงมือทำงานจริง มากกว่าการถกเถียงเอาชนะกันทางการเมือง ส่วนใครที่เคยตั้งคำถามว่า “ทหารมีไว้ทำไม” เห็นภาพการทำงานแบบนี้ ไม่รู้จะเลิกถามได้หรือยัง
...■■ น้ำท่วมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ทำให้ประเด็น “แก้มลิงคู้บอน” กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เพราะพื้นที่รับน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการน้ำ ไม่ใช่เพียงโครงการบนกระดาษ ขณะเดียวกัน เอกสารของ กทม. ในอดีตเคยมีการพิจารณาทบทวนโครงการ โดยเกี่ยวข้องกับต้นทุนและการจัดหาที่ดิน จึงต้องแยกให้ชัดระหว่างการทบทวนกับการยกเลิกอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้บริหารเมือง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ย่อมต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่า ปัจจุบันแผนรับน้ำมีอะไรบ้าง พื้นที่เดิมยังทำหน้าที่อย่างไร และหากปรับเปลี่ยนไปแล้ว มีมาตรการใดมาทดแทน เพราะเมื่อฝนตกหนัก ประชาชนไม่ได้ต้องการฟังคำอธิบายย้อนหลัง แต่ต้องการรู้ว่าเมืองจะรับมืออย่างไรไม่ให้ต้องเผชิญ
น้ำท่วมซ้ำซาก
...■■ ว่ากันตามตรง น้ำท่วมกรุงเทพฯรอบนี้เสียหายมหาศาล และส่วนสำคัญ คือความผิดพลาดของ ผู้บริหารกทม.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการเตรียมความพร้อมระยะยาวที่ล้มเหลว ทั้งที่บริหารต่อเนื่องมา 2 สมัย โครงการดีๆ ก็ไม่สานต่อและการแจ้งเตือนที่ล่าช้า ซึ่งรองผู้ว่าฯ ทวิดา กมลเวชช ออกมายอมรับหน้าตาเฉย ว่า ที่แจ้งเตือนช้า เพราะตัวเอง สับสน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกมาหน้าตาเฉยว่าสับสน รวมถึง
เมื่อเกิดน้ำท่วมแล้ว การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็ล่าช้า ไม่ทั่วถึง เรียกว่า สอบตกอย่างรอบด้านทุกวิชา คำถามคือ จะทำมึนแล้วปล่อยผ่านภายใต้ คำว่า “ถอดบทเรียน” ไม่น่าจะพอ สิ่งที่ควรจะเกิด แต่คิดว่าคงไม่เกิดคือ “การแสดงความรับผิดชอบ” ของทีมบริหาร กทม.
...■■ เห็นพรรคฝ่ายค้านออกมาแถลงวันก่อนเรื่องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็น รายบุคคล ที่มีรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายถึง 18 คน ซึ่งมากที่สุด ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นต้นมา แต่ที่ นายพริบพรีถึงกับอ้าปากค้าง คือ ข้อกล่าวหาที่เขียนไว้ในญัตติ ล้วนเต็มไปด้วยวาทกรรมกว้างๆ นามธรรมทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ นิยามว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับพรรคประชาชนขณะนี้คือ “บันเทิงธิปไตย” นายพริบพรี ก็เห็นด้วยว่ามัน บันเทิงจริงๆ555
...■■ ปิดท้ายด้วยประเด็น ไทยพีบีเอส หลังมีข้อเสนอให้ปรับแหล่งรายได้จากเงินจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบซึ่งมีเพดานราว 2,000 ล้านบาทต่อปี มาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดินตามปกติ เรื่องนี้ควรถกเถียงกันด้วยเหตุผล เพราะความเป็นอิสระของสื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับแหล่งเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเป็นกลาง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสาธารณะด้วย
...■■ เมื่อเป็นองค์กรที่ใช้เงินจากส่วนรวม ก็ย่อมต้องเปิดให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างและ ที่มีการจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง” หลายโครงการมาก ทั้งที่โครงการเหล่านั้น มีบริษัท หรือบุคคที่มีความสามารถมากมาย อยู่ในวงการมากมาย เช่น การจ้างทำสารคดี หรือการจัดทำรายการโทรทัศน์ อย่าลืมว่า เงินที่นำมาจ้าง ไม่ใช่เงินของผู้บริหารไทยพีบีเอส แต่คือ เงินภาษี จึงต้องโปร่งใสให้สิทธิองค์กรอื่นเข้าถึงการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน
...■■ เมื่อเรียกร้องความโปร่งใสจากสังคม ก็ต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบตนเองด้วย ไม่เช่นนั้นคำว่า “สื่อสาธารณะ” ก็เป็นเพียงวาทกรรม ..เท่านั้น...■■
นายพริบพรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

