คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

สำนวน “เจ็บจี๊ด” ในภาษาสารขัณฑ์มีมากมาย โดยวาทกรรมที่มีผลร้ายต่อผู้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากแก่การตัดสินใจว่า “จะลุยไฟแบบไหนชีวิตจึงจะไม่ม่องเท่ง” ก็มีอย่างยั้วเยี้ย
ในวันนี้ คงจะไม่มีวาทกรรมที่ “สุดซีม่ายกกำลัง 5” ใดจะมอบให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นระดับต่างๆ เช่น นายกเทศบาล นายกอบจ. และนายก อบต. เป็นต้น ที่ถูกกดดันอย่างถึงพริกถึงขิง ต้องลงนามปลด 5,925 ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงข้อสอบออกจากหน้าที่การงานเท่ากับ “วาทกรรม”
“ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง”
“ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง จะเกิดกับผู้บริหารส่วนท้องถิ่นใน 2 กรณีต่อไปนี้”
“กรณีลงนามในคำสั่งปลด 5,925 ออกจากราชการ” ผู้ลงนามย่อมมีสิทธิ์ถูกผู้ถูกปลด ฟ้องคดีต่อศาลปกครองอย่างฉับพลัน โดยผู้ฟ้องอ้างได้ว่า “ตนบริสุทธิ์” และได้รับความเสียหายจากคำสั่งปลดออกอย่างเต็มตาชั่ง
“กรณีไม่ลงนามในคำสั่ง” ผู้บริหารท้องถิ่นก็มีสิทธิ์ถูกกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินคดีตามม.157 จนอาจพ้นจากหน้าที่และติดคุกจนหัวโตเท่าแตงโมพันธุ์ชูการ์เบบี้อีกต่างหาก
ดังนั้น การเลือกลุยไฟแบบไหน? ผู้บริหารท้องถิ่นจึงจะไม่ต้อง “จ๊ะเอ๋บวกจ๊ะโอ๋จนต้องจ๊ะเด่เด้ ต้องกลายเป็นผู้ที่ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่งแต่เอากระดูกมาแขวนคอ” จึงเป็นเรื่อง “บีบหัวใจ”ผู้บริหารท้องถิ่นทุกคน
ด้วยประการฉะนี้ “สมาชิกของ 3 สมาคมผู้บริหารท้องถิ่น” ต่างจึง“เฮโล” ออกมา “โวยวาย” เสียงดังกระหึ่มก้องว่า “พวกตนไม่ต้องการเป็นคนหนีเสือปะจระเข้” จนกลายเป็น “ไอ้หวังตายแน่”
เหลืออีกเพียงไม่กี่วันแล้วครับ ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น“ขีดเส้นตาย” ให้ผู้บริหารท้องถิ่นบริหาร “ลงนามในคำสั่งปลด 5,925 ข้าราชการ”
ชาวสารขัณฑ์คงต้องติดตามข่าวนี้อย่างระทึกว่าที่สุดของที่สุดผู้บริหารท้องถิ่นจะมีใครยอม “ลงนาม” ในคำสั่งกี่คน แล้วจะมีรายการ “ไอ้หวังตายแน่” ตามมาหรือไม่?
“แล้วมหกรรมซวยทั้งขึ้นทั้งล่องจะจบลงแบบไหน?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

