คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘Godd Dam’ให้ทุกข์แก่ท่าน-ทุกข์นั้นถึงตัว
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมวานนี้ นายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก“Godd Dam” ต้นทางของการปล่อยข่าวกรณี“สลิปปลอมค่าน้ำชา 7 ล้าน”เพื่อทำลายชื่อเสียงและเกียรติยศนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน“บก.สอท.1” เพื่อแสดงตัวว่าไม่ใช่เจ้าของเพจนี้ และไม่ได้หลบหนีไปไหน
การเข้าพบพนักงานสอบสวน“บก.สอท.1” หรือกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ของนายชัยรัตน์เมื่อวานนี้ เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ“บก.สอท.1”เดินทางไปศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อขออนุมัติหมายจับนายชัยรัตน์ในความผิดตาม“พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” กรณีเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และความผิดเกี่ยวกับเอกสารปลอม ส่วนใครที่แชร์ข่าวนี้ อาทิ นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ“ไอซ์” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ก็อยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน แม้จะอ้างว่าแชร์ข่าวเพราะต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ตาม
ดังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็น“ผู้เสียหาย”ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมวานนี้ว่า ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องให้กฎหมายดำเนินการ พร้อมกับพูดเรื่องการแชร์ข่าวปลอมของ“ไอซ์-รักชนก”ที่อ้างว่าเพื่อต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า
“จะตรวจสอบก็ไม่ต้องแชร์ ตรวจสอบก็ถามในสภาฯก็ได้ เขียนถามก็ได้ กดแชร์ไปทั่วประเทศ กลายเป็นนายอนุทินรับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท อย่างนี้ไม่ได้ตรวจสอบ อย่างนี้ก็เหมือนมาให้ร้าย มาประจาน ทำให้คนเข้าใจผิดโดยใช้สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ มันก็มีกฎหมายของมันอยู่”
ขณะที่“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” หลังจากแชร์ข่าวปลอมของเพจเฟซบุ๊ก“Godd Dam”ทั้งแต่กลางดึกคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมาจนเกิดเป็น“ไวรัล”ให้เกิดความเข้าใจผิดแล้ว ก็เพิ่งจะออกมาแก้ตัวจากการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมวานนี้ เวลา 07:44 น. โดยพุ่งเป้าตอบโต้ไปยังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศจะร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบจริยธรรมตัวเธอ พร้อมทั้งกล่าวพาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในโพสต์นี้ด้วย-ว่า
“ดิฉันสงสัยจริงๆ คนอย่าง ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ มีหน้ากล้าไปร้องจริยธรรมคนอื่นได้อย่างไร กล้าตรวจสอบจริยธรรมคนอื่น แต่ดูเหมือนจะไม่เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูพฤติกรรม หรือสำรวจจริยธรรมของตัวเองกับพวก”
“กรณีที่ตัวดิฉันแชร์โพสต์จากเพจ Godd Dam ดิฉันไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ที่แน่ๆ ข้อมูลดังกล่าวรัฐบาลควรต้องออกมาขี้แจงข้อกล่าวหา เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และถึงแม้ดิฉันจะไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่เมื่อความปรากฏต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน พฤติกรรมของตัวดิฉันย่อมถูกวิจารณ์ในฐานะผู้แทนราษฏรได้ และพ่อแม่พี่น้องประชาชนใส่ได้เต็มที่”
“แต่การที่มีนักร้อง รวมถึง สส.เที่ยวไปยื่นร้องตรวจสอบจริยธรรมที่ ป.ป.ช ในกรณีนี้ ขอเริ่มจาก ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ ซึ่งเคยใช้พื้นที่ในสภาฯ แถลงความเท็จ ดิฉันสงสัยจริงๆ ว่ามีหน้ากล้าไปร้องจริยธรรมคนอื่นได้อย่างไร เป็นบุคคลที่ไร้ยางอายที่สุดผู้หนึ่งที่เคยพบเจอ กล้าร้องจริยธรรมผู้อื่นในเรื่องลักษณะเดียวกัน แต่กรณีของตนที่รุนแรงกว่ากลับไม่กล่าวถึง”
“ส่วนนักร้องท่านอื่นๆ ก็ไม่ต้องสงสัย ไม่ร้องกรณีนี้ เดี๋ยวก็หากรณีอื่นๆ ไปร้อง ต่อไปเพียงแต่ก้าวขาออกจากบ้านผิดข้าง ก็คงจะถูกร้องจริยธรรมจากคนกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน แต่คนเหล่านี้กลับเพิกเฉยในกรณีอื่นๆ เช่น สส. ที่ถูกยึดทรัพย์กรณีเว็บพนัน หรือ สส. ที่ยอมรับว่าสามีทำเว็บพนัน คนพวกนี้กลับมองไม่เห็นความผิดปกติ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เพียงแต่ใช้กรณีนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเล่นงานพรรคประชาชนเมื่อมีจุดบกพร่องเกิดขึ้น”
“ถ้านักร้องทุกคน ไม่ได้มีจุดประสงค์กลั่นแกล้งทางการเมือง แต่อยากวางบรรทัดฐานเรื่อง media literacy (การรู้เท่าทันสื่อ)ให้กับสังคมจริงๆ นอกจากกรณีของดิฉัน ยังมีนักการเมืองที่เคยพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะเดียวกัน แต่ความร้ายแรง รุนแรงกว่ามาก กล่าวคือ เป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมด้วยตัวเอง นอกจาก ‘นายศุภชัย ใจสมุทร’ ก็ยังมี ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่ทำในลักษณะนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง”
“ยื่นจริยธรรมรักชนกแล้ว ฝากไปยื่นจริยธรรม นายศุภชัย กับ นายอนุทิน ไปพร้อมกันด้วย และ ถ้าหาก ป.ป.ช. จะวางบรรทัดฐานว่าผิดจริง ก็จะได้โดนไปพร้อมๆ กัน เพราะกรณีของดิฉันยังไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงและไม่มีเจตนากล่าวหา เพียงแต่ต้องการให้ตรวจสอบต่ออย่างเข้มข้น แต่กรณีนายศุภชัย คนไร้ยาง กับ นายอนุทิน ทั้งคู่เป็นต้นทางของข่าวปลอมเอง”
“ถ้ากรณีแชร์จะวางหลักว่าผิดต้องตัดสิทธิการเมือง งั้นกรณีเป็นต้นทางข่าวปลอมเองก็ควรต้องตัดสิทธิยาวไปจนถึงชาติหน้าและชาติถัดไปด้วย”
อนึ่ง “ไอซ์-รักชนก”นั้น กว่าจะปีนป่ายขึ้นมาถึงระดับชั้นบนสุดของสังคม จากเด็กใน“สลัม”จนเป็น“สส.ผู้ทรงเกียรติ”ในวัย 33 ปีวันนี้ได้นั้น ชีวิต“ยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า” ดังที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ “ป๋าเต็ดทอล์ก” เผยแพร่ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ของ“ป๋าเต็ด-Yuthana Boonorm” โดยได้เล่าถึงปูมหลังของชีวิตที่“ดำมืด”ปราศจากแสงสว่าง และเต็มไปด้วยการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะฉุดรั้งให้เธอจมดิ่งลงสู่ก้นเหวได้ทุกเมื่อ
ทั้งนี้ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” เปิดเผยว่า ตนเองเกิดจากแม่ที่มีอาชีพนักร้องบาร์ กับพ่อที่เป็นนักเที่ยว เมื่อแม่ตั้งครรภ์และคลอดออกมา พ่อแท้ๆ ทิ้งไป แม่ก็ได้นำเธอไปฝากเลี้ยงไว้กับครอบครัวหนึ่งในชุมชนแออัด ซึ่งเติบโตขึ้นมาชนิดที่แม้แต่คนให้กอดก็ไม่เคยมี
เธอเล่าถึงชีวิตอันรันทดว่า “วันแม่-ร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย วันพ่อ-ก็ร้อง ไม่มีทั้งคู่เลย เวลาจะมอบตัว ไปโรงเรียน ทำกิจกรรมอะไรต่างๆ ที่มันเกี่ยวกับราชการ เขาจะถามว่าพ่อเธอไปไหน พ่อเธอชื่ออะไร ซึ่งตอนเด็กๆ จะตอบในใจเสมอเลยว่า‘กูก็อยากรู้เหมือนกัน’ มันมีหลายเหตุการณ์มากที่อยู่ในชุมชน เช่น เสพยา ตอนเด็กๆ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันผิดกฎหมาย ทุกคนก็ใช้กัน คือเราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งมีโอกาสที่เราจะเลือก และเลือกผิด เราคิดว่าเราอยากออกไปจากตรงนี้ ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ไปอยู่ในที่ที่เรามีคุณค่า แบบมีคนรัก มีอะไรแบบนี้”
“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”-โชคดีนะ“ไอซ์-รักชนก” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

