มท.4 ถก กมธ.กระจายอำนาจ ปมรักษาสิทธิ์ผู้สอบท้องถิ่นสุจริต ยันกระบวนการถอดถอน 5,925 รายชื่อ ไม่ยืดเยื้อ-ไร้ฟอกขาว

20 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา มึการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ที่มี นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาเรื่องการเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายทุจริตในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยเชิญ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุม
นายคงกฤษ กล่าวว่า เนื่องจากครั้งนี้ผู้ที่ไม่ได้ทุจริตอาจเสียสิทธิ์ในการบรรจุหรือแต่งตั้งในจังหวัดที่เขาไม่ได้เลือกมาก่อน สำหรับวันนี้เมื่อได้ขึ้นบัญชีเราก็อยากให้โอกาสกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เลื่อนบัญชีขึ้นมา
ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากได้ติดตามกระบวนการตอนนี้กำลังส่งข้อมูล ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติให้กับทาง ก.จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากนั้น ก. จังหวัด จะมีการประชุมและส่งข้อมูลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ถอดถอนผู้ที่ทุจริตและถูกบรรจุเข้าไป เมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกถอดถอนออกไปก็จะทำให้มีที่ว่างเดิมเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า นอกจากสิทธิ์สอบแล้วจะสืบเนื่องถึงสิทธิ์อะไรบ้าง เช่น เรื่องเงินเดือน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะเราถือว่ามันเป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรได้ ก็ต้องดำเนินการต่อแต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งคนเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เริ่มวันบรรจุหลังจากมีการเรียกบัญชีและบริหารบัญชีเสร็จ เมื่อเรียกคนไปบรรจุก็จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่ตอนนั้น รวมแล้วประมาณ 5,000 กว่าคน แต่ตัวเลขมีการขยับทุกวัน
เมื่อถามว่า การถอดถอนรายชื่อ 5,925 คน จะมีอุปสรรคหรือไม่เพราะบางท้องถิ่นยังกังวล สุดท้ายจะยืดเยื้อออกไปหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่ยืดเยื้อ ตนเข้าใจนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกที่ ว่ามีความกังวลและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเหตุมันเกิดไปแล้วและมีข้อเท็จจริงที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ก็ต้องดำเนินการปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ไม่ควรได้รับการบรรจุตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ในส่วนของความกังวลก็ทราบว่ามีหลายกลุ่ม เพราะยังไม่เห็นข้อมูลจากส่วนกลางส่งไปให้ ซึ่งตอนนี้มีหลายที่เมื่อได้รับข้อมูลไปแล้วเขาก็สบายใจแล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ อบจ.ลำพูน ก็ออกมาโพสต์ว่าได้รับข้อมูลทาง อบจ.กระบี่ก็ได้ถอดถอนไปแล้วทั้งหมด 112 คน ซึ่งเราขีดเส้นการถอดถอนทั้ง 5,925 คน ไว้วันที่ 31 ส.ค.69
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ไปยื่น ป.ป.ช. นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เราได้ยื่นไปแล้วเราดำเนินการ 2 ส่วน คือทางบริหารและทางอาญา ในส่วนของอาญา ทาง ป.ป.ช.และตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบ
"วันนี้ถ้าเราไม่ดำเนินการในฝ่ายบริหาร คำถามก็คือว่ามันจะเห็นผลเมื่อไหร่ มันจะเสร็จเมื่อไหร่เพราะฉะนั้นเราสามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ ข้อมูลที่เราพบเห็นปรากฏทั้งหมด ก็รวบรวมข้อมูลและส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วด้วย เพื่อให้ ป.ป.ช.ไปประกอบสำนวน และทำในส่วนของอาญาต่อ" นายวรศิษฎ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ต้นตอปัญหาการทุจริตสอบครั้งนี้เกิดจากที่ยุคก่อนยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาออกจากการเป็นผู้จัดสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีข้อมูล ที่บอกว่าเขาไปพบบการทุจริตก่อนหน้านี้ ฉะนั้น กระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น แสดงว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดในปี 67 หรือ 68 และการที่ยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา ตรงนี้ตนจะให้มหาวิทยาลัยบูรพา นำข้อมูลไปให้กับ ป.ป.ช.เลย ถ้าคิดว่ามีความผิดปกติ ก็เชื่อว่าจะสามารถนำข้อูลมาตรวจสอบกันได้หมด และในส่วนของกรม สถ. ตนเชื่อว่า ในการดำเนินการมีข้อมูลเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นกรมฯ ก็แย่ ซึ่งข้อเท็จจริง ณ ขณะนั้นนต้องบอมรับว่ามีกลุ่มผู้มาร้องเรียนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เวลานั้น ก็ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปรากฏว่าคณะกรรมการสอบสวนฯ บอกว่าควรที่จะเพิ่มมาตรฐานในการสอบเพื่อให้เกิดการรัดกุมมากกว่านี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือสัญญาใน TOR และงบประมาณ เปลี่ยนแปลงไปจึงไม่สามารถสามารถใช้ตัวเดิมได้ เพราะข้อแตกต่างในเรื่องรายละเอียดเยอะ ซึ่งตรงนี้ทาง สถ.ได้มีการปรึกษากับกรมบัญชีกลางในการหาผู้รับจ้างรอบใหม่ ซึ่งเรามีการสืบราคาทั้ง 67 มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ละมหาวิทยาลัยก็แจ้งข้อมูลเข้ามาที่สำคัญ กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง จัดทำแบบ e-Bidding ฉะนั้น ทำไมมหาวิทยาลัยอื่นไม่ยื่น เพราะทุกมหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ยื่น ซึ่งเป็นกระบวนการไม่มีการปิดกั้น
เมื่อถามว่า นายรังสิมันต์ กังวลว่าเรื่องนี้จะมีการตัดตอน เพราะข้อมูลของทั้งมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลตรงกันคือมีการเรียกรับข้อมูล ที่มียศเหนือกว่าอธิบดี โดยมีการไปพูดคุยกันในเซฟเฮ้าส์ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ถ้ามีข้อมูลก็ควรส่งให้ ป.ป.ช.ไม่ต้องส่งมาให้ตน ซึ่งท่านอาจจะไม่ไว้ใจตน เพราะเป็นฝ่ายการเมือง ดังนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจขอให้ส่งไปที่ ป.ป.ช.เพราะตนมั่นใจเหลือเกินว่า ป.ป.ช.ทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะมีการกีดกันหรือเข้าไปแทรกแซงจากฝั่งการเมือง ตนคิดว่าการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ คงไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะทุกคนก็เห็นว่าบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคนอยู่ใกล้ชิด รู้จักสนิทสนมกัน ถ้าฝ่ายการเมืองจะเข้าไปกันเพื่อไม่ให้เกี่ยวข้อง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร เราสนใจแค่ว่าเขาทำอะไรมากกว่า
เมื่อถามว่า มหาวิทยาลัยบูรพา ยังสงสัยว่าทำไมถึงถูกปลดออกจากการจัดการสอบ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าทางมหาวิทยาลัยบูรพาคุยกับ สถ.อยู่ ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ก็มาคุยกันในรายละเอียดได้ และถ้าใครมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่สมควรกระทำก็ส่ง ป.ป.ช.ได้เลย เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว และตนเชื่อว่าป.ป.ช. มีข้อมูลพอสมควรอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ไม่ใช่เป็นการฟอกขาวใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว เราไม่มีการฟอก ถ้าฟอก ก็พูดกันตรง ๆ ว่าระบบพังทั้งหมด รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรอกครับ เราไม่ฟอกให้ใคร เราตรงไปตรงมาแน่นอน”
เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหากฝ่ายค้านจะมีการอภิปราย จะมีการตั้งรับอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ด้วยความยินดี เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านพึงกระทำ และเป็นเรื่องที่ดีด้วยที่เขาจะเข้ามาตรวจสอบ แต่เรายืนยันได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง และกระบวนการที่เกิดขึ้นทำอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะครั้งนี้เป็นการสอบครั้งที่ 4 ทุกคนก็รู้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

