คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

เป็ดง่อย (1)
“เป็ดง่อย” เป็นวาทกรรมสุดดังของสารขัณฑ์ที่ทุกภาคส่วนนำมาใช้กันอย่างกระจุยกระจาย โดยผู้ฟังบางรายต่างสงสัย “สัตว์โลกมีมากมายนับล้านสายพันธุ์” เหตุใดจึงต้อง “ล็อกสเปก” นำคำว่า “เป็ดง่อย” มาใช้กับ “คนเดี้ยงพิการ” หรือใช้กับรัฐบาลที่ “หมดท่า”ด้วยฉายาเป็น “เป็ดง่อย”
ดูเหมือน “นักเขียน” ชาวสารขัณฑ์และ “กูรูผู้เชี่ยวชาญภาษาไทย”ต่างออกมาอธิบายแบบ “แจงสี่เบี้ย ห้าตำลึง” ว่า
“เป็ด” เป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ไว้ทำเป็นอาหารที่สุดฮิต “ไม่ว่าจะเป็นเมนู เป็ดย่างไฟแดง เป็ดพะโล้ไฟเดือด เป็ดตุ๋นไฟถ่านและลาบเป็ดเผ็ดจี๊ดจ๊าด” ล้วนเป็นจานโอชะ “เด็ดสะระตี่” ทั้งสิ้น
“โดยชาวสารขัณฑ์ต่างชอบกินเนื้อเป็ด ไล่ตั้งแต่เด็กเล็กลูกกระหำใสผู้ใหญ่ลูกกระหำขุ่น จนถึงผู้เฒ่าลูกกระหำเหี่ยวต่างมีเมนูเป็ดครองใจ จึงรู้จักเป็ดกันอย่างลึกซึ้ง”
“ลึกซึ้ง” ทั้งรสชาติสุดไฉไล และ “ทะลุถึงกึ๋น” ว่า “เป็ดทำได้ทุกอย่างระดับมือสมัคร แต่ไม่เก่งระดับมืออาชีพ” เช่น
“บินก็ได้ ว่ายน้ำก็เป็นวิ่งได้พอเก่ง เดินได้พอเตาะแตะร้องเพลงเป็นนักร้องระดับฉับแกละแค่ส่งเสียงก๊าบก๊าบก็เจ็บคอกลายเป็นเสียงแหบแห้ง ใช้ปากกัดก็ไว กลืนกินก็เร็ว ชนิดจู๋น้อยถูกกลืนได้ แต่จู๋ใหญ่กลืนไม่เข้า”
“ดังนั้น มนุษย์ที่ไม่เอาถ่าน ไม่เอาแก๊สและไม่เอาไฟทำสิ่งใดก็แค่หยิบโหย่งตัวจริง จึงถูกชาวบ้านเรียกว่า เก่งอย่างเป็ดขยันอย่างพวกก๊าบก๊าบ”
ด้วยประการฉะนี้ รัฐบาลที่ต้องมีหน้าที่บริหารประเทศในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสังคมและเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกภาคส่วน แต่ไม่มีศักยภาพที่จะรับมือกับการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จึงถูกสื่อพากันเรียกเป็น “รัฐบาลเป็ดง่อย”
เลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐอเมริกาที่ผ่านไปหมาดๆ พรรครีพับลิกันของจักรพรรดิปากจู๋ พ่ายแพ้แก่ฝ่ายค้าน(เดโมแคร็ต) อย่างยับเยิน ทั้งในสนามเลือกสส.และในสนามเลือกสว. จนถูกกูรูทางการเมือง “ทำนาย”นับจากนี้ไปอีก 2 ปี รัฐบาลของผู้เฒ่าทรัมป์จอมดื้อตาใส ปู่ผู้ไม่ฟังใคร จะกลายเป็น “รัฐบาลเป็ดง่อย”
อ่านตอนจบในฉบับวันพรุ่งนี้
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

