โกงสอบ‘ศรีสะเกษ’ จับนายกเฮง อดีตผู้สมัคร สส.พท. เรียกรับเงิน6.5แสน อ้างโดนปลอมไลน์ รวบสาวอบต.อีกคน

“บิ๊กเต่า” ระบุโกงสอบทำเป็นขบวนการ บุกจับกุม “นายกเฮง” หรือ “ประวิทย์ จารุรัชกุล” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ศรีสะเกษ ขณะกบดานกลางกรุง ข้อหาตุ๋นสอบขรก.ท้องถิ่น เหยื่อจ่าย 6.5 แสน แต่ได้แห้ว ทั้งไม่ยอมคืนเงินจึงแจ้งจับ ผู้ต้องหาปฏิเสธอ้างโดนปลอมไลน์ ฝ่ายนางนกต่อ สาวอบต.ศรีสะเกษไม่รอดโดนรวบด้วย สงขลาสั่งฟัน 74 ข้าราชการท้องถิ่นพ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบ “นายก อบต.-นิพิฏฐ์” จี้ป.ป.ช. กันไว้เป็นพยาน-ลากคอบิ๊กใหญ่เบื้องหลัง
เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.มอบหมายให้พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.และพล.ต.ต.ประสวค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.นำกำลังจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง หรือผู้ใหญ่เฮง อายุ 62ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าอันเป็นคุนคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา143และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา175 โดยจับได้ที่คอนโด ย่านบางโพถนนประชาราษฏร์ สาย1 แขวงและเขตบางซื่อ กทม.
เบื้องหลังตุ๋นโกงสอบ
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายได้รับการชักชวนจากนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น อ้างว่านายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย มีโควตาสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองรวม 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 650,000บาท
ต่อมา หลังการสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นเสร็จสิ่นปรากฎว่า ผู้เสียหายสอบไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทวงถามเงินที่จ่ายไป แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนเงินเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนกก.3.บก.ปปป.ดำเนินคดี ก่อนจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายประวิทย์ เดินทางออกจากพื้นที่จ.ศรีสะเกษ มาหลบอยู่ จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว
อ้างโดนปลอมไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นายประวิทย์ ได้นำผ้าห่มสีชมพูคลุมตัวปกปิดใบหน้า และเปิดเผยเพียงว่าตนถูกปลอมแปลงไอดีไลน์ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่รู้เรื่องและไม่ได้อยู่ในขบวนการดังกล่าว รวมถึงไม่มีการรับเงินตามที่ถูกกล่าวหา และไม่มีเส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีของตน
ส่วนกรณีที่ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีหลักฐานอื่นหรือไม่ นายประวิทย์ ระบุว่า ขอชี้แจงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวในภายหลัง พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยพฤติการณ์ที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของคดีต้องรอให้ทางผู้บัญชาการตรวจสอบส่วนกลางเป็นผู้ให้ข้อมูลต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
รวบนางนกต่อที่ศรีษะเกษ
ขณะเดียวกัน ภายหลังจับกุม นายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง ได้แล้ว พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.สั่งการให้ตำรวจ กก.3.บก.ปปป. อีกชุดนำกำลังไปจับกุม นางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ อบต.ตองปิด ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่57 /2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน ได้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังร่วมกับนายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง เรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ต้องการสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีต่อไป
สงขลาสั่งฟัน74ขรก.สีเทา
มีรายงานความคืบหน้าจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา (ก.จ.สงขลา , ก.ท.สงขลา และ ก.อบต.สงขลา) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและผลการสอบของข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งลงในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 114 ราย โดยล่าสุดได้มีการประกาศขึ้นบัญชีและจัดลำดับคะแนนผู้สอบผ่านใหม่
จากผลการพิจารณาปรากฏรายละเอียดดังนี้ 1.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชีและลำดับคะแนนถึง จำนวน 40 ราย ให้มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมต่อไป 2.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชี แต่ลำดับคะแนนยังไม่ถึง จำนวน 1 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยยังคงมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบผ่านและรอการเรียกบรรจุแต่งตั้งตามลำดับเมื่อมีตำแหน่งว่าง และ 3.ผู้สอบไม่ผ่านและไม่ได้ขึ้นบัญชีตามประกาศใหม่ จำนวน 73 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการและพ้นสภาพการเป็นข้าราชการท้องถิ่นทันที โดยจากผลสรุปดังกล่าว ส่งผลให้มีข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ต้องพ้นจากราชการรวมทั้งสิ้น 74 ราย (แบ่งตามสังกัด อปท. ได้แก่ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 ราย, สังกัดเทศบาล 22 ราย และสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย)
นายกฯอบต.จี้ฟันนายหน้า
นายร่อเหต รักหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กำลังรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการพร้อมหลักฐานคะแนนจากคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ประจำจังหวัด คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบและออกคำสั่งเรียบร้อยอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้กำหนดกรอบเวลาให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งในเชิงปฏิบัติต้องยึดตามระเบียบของ กสถ. และ ก.กลาง อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม นายร่อเหต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและกลุ่มผู้บริหาร อปท. มีความเห็นตรงกันว่า แม้ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตจะปรากฏชัดเจน แต่ต้นเหตุและกระบวนการทุจริตทั้งหมดเกิดจากบุคคลอื่น ทว่าผลกรรมและโทษกลับตกอยู่กับข้าราชการระดับล่างที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ นอกจากจะถูกให้ออกแล้ว ยังถูกตัดสิทธิ์ในการสมัครสอบเข้ารับราชการตลอดชีวิต และถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกมากกว่าร้อยละ 90 ไม่ทราบถึงขั้นตอนการทุจริตเบื้องหลัง และไม่ได้มีเงินจำนวนมากมายถึง 5–6 แสนบาทไปใช้ซื้อตำแหน่งตามที่มีข่าว ความผิดที่แท้จริงควรจะตกอยู่กับกลุ่มคนที่เอาตำแหน่งมาขายและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงมากกว่า
แนะกันเหยื่อไว้เป็นพยาน
ด้าน นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพัทลุง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาใช้มาตรการ “กันตัวข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกให้ออกไว้เป็นพยาน” เพื่อขยายผลสืบสวนและดำเนินคดีอาญากับบุคคลระดับสูง หรือกลุ่มขบวนการเบื้องหลังที่มีอำนาจจัดสรรตำแหน่งทุจริตดังกล่าว
สุดท้าย นายนิพิฎฐ์ ระบุอีกว่า หากมีความจำเป็นควรนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานของรัฐ เพื่อสร้างความปลอดภัย คืนความเป็นธรรมทางโอกาส และสร้างโอกาสที่เป็นธรรมให้กับประชาชนคนบริสุทธิ์ ตลอดจนล้างบางขบวนการทุจริตในระบบราชการท้องถิ่นอย่างถอดรากถอนโคน
กมธ.ป.ป.ช.ยถกปมทุจริต
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ว่า จะเป็นการพิจารณาเรื่องทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งเชิญนายพิบูล ผ่ายดี อดีตนายกนายกเทศมนตรีตำบลตาดทอง จ.ยโสธร มาให้ข้อเท็จจริง เพราะได้ไปแจ้งความที่ จ.ศรีสะเกษ ว่าได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าจำนวน 2,000,000 กว่าบาท เพื่อบรรจุ 5 คนเข้ารับราชการ แต่เมื่อประกาศผลสอบปรากฏว่ากลับไม่มีใครได้รับราชการเลย จึงได้เชิญมาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในสภาผู้แทนราษฎร
“ปัญหาการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งนี้ แต่เกิดมานานแล้ว แต่เราจับไม่ได้เพราะอะไร เพราะTOR ในอดีตไม่ได้ระบุให้จัดเก็บเอกสาร หลักฐานเอาไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงจนกระทั่งไปสู่ศาลหน่วยงานรัฐก็จะแพ้ทั้งหมด ” นายอาสพลธ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

