คอลัมน์ : เวทีอิสระ

ยูเครนตกที่นั่งลำบาก
สงครามยูเครน-รัสเซีย ยืดเยื้อร่วม 5 ปีมาแล้ว โดยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขซึ่งกันและกัน ฝ่ายยูเครนต้องการให้ฝ่ายรัสเซียถอนกำลังทหารทั้งหมดออกไปจากดินแดนยูเครน ในขณะที่ฝ่ายรัสเซียยืนยันที่จะผนวกดินแดนยูเครนประมาณร้อยละ 18 (ที่ฝ่ายรัสเซียครอบครองไว้) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย อีกทั้งฝ่ายรัสเซียยืนยันว่าฝ่ายยูเครนต้องสัญญาที่จะดำรงสถานะเป็นกลางด้วยการไม่เข้าเป็นสมาชิกองค์การนาโต
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตกนำโดยสหรัฐอเมริกาก็ได้ดำเนินการคว่ำบาตรเศรษฐกิจการค้าและการเงิน
ของฝ่ายรัสเซียอย่างหนักหน่วงด้วยความมุ่งหวังว่าการคว่ำบาตรนั้นจะทำให้ชาวรัสเซียเดือดร้อน จนต้องลุกฮือขึ้นขับไล่รัฐบาลรัสเซียที่นำโดยประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูตินแต่การณ์กลับปรากฏว่ารัสเซียยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ และดำเนินการปฏิบัติการทางทหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป ขณะที่ฝ่ายยูเครนได้รับความเสียหายอย่างมากมาย แถมก็ไม่มีทีท่าว่าจะสามารถตีกลับฝ่ายรัสเซียได้ ยิ่งล่าสุดฝ่ายรัสเซียสามารถยึดดินแดนทางตอนใต้ของยูเครน และปิดทางเข้า-ออกของยูเครนสู่ทะเลดำ ส่งผลให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าของยูเครนต้องชะงักงัน ส่งผลลบต่อรายได้ของยูเครน
นอกจากนั้นอาวุธยุทโธปกรณ์ของฝ่ายยูเครนก็หร่อยหรอ ฝ่ายพันธมิตรสนับสนุนยูเครน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือฝ่ายประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และองค์การนาโต ต่างไม่สามารถที่จะป้อนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับฝ่ายยูเครนได้อย่างต่อเนื่อง และเพียงพอ ส่งผลให้ระบบการป้องกันทางอากาศของยูเครนไร้ประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันความแตกแยกภายในคณะรัฐบาลยูเครนก็มีมากขึ้น บวกกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างใหญ่หลวง ที่ยังพอจะเหลือหรออยู่ก็เพียงแต่ขวัญและกำลังใจของชาวยูเครนที่มีความรักชาติเป็นที่สุด โดยแสนจะอดทน
ในสภาพการณ์เช่นนี้ ยูเครนกำลังตกอยู่ในฐานะเสือลำบาก ขณะที่ฝ่ายรัสเซียก็ยังค่อยๆ รุกคืบไปทางด้านตะวันตกของยูเครนได้มากขึ้นโดยมุ่งหน้าไปทางกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ทั้งนี้ ประชาชนพลเมืองในสหรัฐอเมริกาก็ให้ความสนอกสนใจในเรื่องยูเครนน้อยลง อีกทั้งชาวยุโรปโดยทั่วไปก็ต้องคิดแต่เรื่องปัญหาเฉพาะหน้าของชีวิตประจำวันหลังจากเกิดวิกฤตค่าครองชีพซึ่งเป็นผลมาจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ฝ่ายรัฐบาลเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ สามประเทศหัวเรือใหญ่ที่สนับสนุนยูเครน ก็เริ่มตระหนักในข้อจำกัด
ต่างๆ บ้างแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับความจริงเมื่อใดว่า ยูเครนไม่มีทางที่จะเอาชนะกำลังรบ
ของฝ่ายรัสเซียได้ และคงจะต้องกลับสู่โต๊ะเจรจาเป็นสำคัญ
ชาวโลกต่างก็ได้รับผลกระทบจากสงครามยูเครน-รัสเซีย โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานเชื้อเพลิง ในเรื่องอาหารธัญพืช และในเรื่องปุ๋ยเคมี ก็อยู่ในวิสัยที่จะร่วมกันออกมาเรียกร้องให้มีการยุติสงครามสู้รบ เพราะวิกฤตค่าครองชีพของชาวโลกยังคงถูกซ้ำเติมจากกรณีสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลฝ่ายหนึ่ง กับฝ่ายอิหร่านอีกฝ่ายหนึ่งอีกด้วย
ก็ได้แต่หวังว่าผู้นำโลกทั้งหลายจะได้มีสติยับยั้งชั่งใจ และยุติความขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธีกันเสียที
กษิต ภิรมย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

