คอลัมน์ : อ่านระหว่างบรรทัด

ยึดอำนาจ ‘ไอ้โม่ง’ + ‘กองสลากเงา’
สมัยรัฐบาลลุงตู่ อุตส่าห์จัดการ 5 เสือหมอบเป็นแมวเซา โดยตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจสะสาง กระทั่งนำมาสู่การขายสลากกินแบ่งรัฐบาล 80 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง ได้จริงๆ
แต่มายุคนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนง.สลากฯ) มีเครื่องมือ+กฎหมาย ครบถ้วน ได้เพิ่มจำนวนสลากขึ้นเป็น 106 ล้านใบต่องวด แต่ยังคงจัดสรรผ่านโควตาที่มีปัญหานอมินี (ส่วนที่ขาย 80 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง มีไม่ถึง 1 ใน 3) เป็นต้นเหตุที่ยังมีสลากราคาเกิน 80 บาทเกลื่อนเมือง
1. ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาเคลื่อนไหวแฉขบวนการทุจริตและการสวมสิทธิ์โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้พิการ ระบุว่า
มีขบวนการ “สวมสิทธิ์” ฮุบโควตาคนพิการ
มีกลุ่มผู้มีอิทธิพล นักการเมือง และอินฟลูฯบางราย เข้ามาเบียดบังและแย่งโควตาสลากกินแบ่งของคนพิการไปแสวงหาผลประโยชน์
มีเงินสะพัดหลักร้อยล้าน มีเส้นทางการเงินไหลเข้าบัญชีกลุ่มทุนเทาหรือผู้มีอำนาจ สูงถึง 20 ล้านบาท
ต่อเดือน หรือมากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี
คนพิการตัวจริงได้โควตาจำกัด ขณะที่ขบวนการใหญ่ได้เงินมหาศาล ตัวแทนผู้พิการทางสายตาบางราย
ถูกตัดโควตาหรือได้รับสลากในจำนวนที่จำกัดมากจนได้รับความเดือดร้อน ฯลฯ
นายษิทรา ประกาศว่า เคยยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปก่อนหน้านี้ แต่เรื่องเงียบหาย เตรียมนำหลักฐานและพานักการเมืองหรือแหล่งข่าวสำคัญเข้าพบ DSI เพื่อให้เร่งตรวจสอบปมสวมสิทธิและเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ อ้างว่าพบหลักฐานทางการเงิน (Statement) ฯลฯ
2. สังคมควรจี้ถามว่า... สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล รู้หรือไม่ว่า มีสลากฯ ขายแพงเกินราคา 80 บาท
เกลื่อนเมือง ?
น่าจะไม่น้อยกว่า 50 ล้านใบต่องวดทั่วประเทศ (ที่ขายเกิน 80 บาท)
โดยส่วนที่ประชาชนผู้ซื้อจ่ายเกิน 80 บาทนั้นไม่ได้ถูกจัดส่งเป็นรายได้เข้าแผ่นดินเลยแม้แต่บาทเดียว
มูลค่างวดละมากกว่า 1,000 ล้านบาท
กลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์ ที่อาจขนานนามว่า “กองสลากเงา” นั้น ทำการจัดสรรผลประโยชน์มหาศาล
สลากไม่ต้องพิมพ์เอง ไม่ต้องจ่ายเงินรางวัลเอง และที่สำคัญ ไม่ต้องขายเอง
สูบกินผลประโยชน์จากหวยเกินราคาไปทุกงวด ทุกงวด มูลค่าผลประโยชน์ ปีละหลายหมื่นล้านบาท !

3. อย่าปล่อย “ไอ้โม่ง” + “กองสลากเงา” สูบกินหวยเกินราคา
“สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล” คือ รัฐวิสาหกิจ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย ที่จะต้องดูแลให้มีการขายสลากในราคาไม่เกิน 80 บาทตามกฎหมาย (ที่ทำดีอยู่แล้ว คือ ขายผ่านแอปเป๋าตัง แต่ทำไมไม่เพิ่มจำนวน)


ส่วน “กองสลากเงา” หรือ “ไอ้โม่ง” คือ ชื่อเรียกกลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์ ที่ได้รับสลากมาจากนอมินีที่ไปรับจัดสรรสลากมาอีกทอด คนกลุ่มนี้ กินส่วนต่างเพิ่มเติมอีกทอด ดำเนินการจัดสรรจัดการสลากกินแบ่งฯผ่องถ่ายไปจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งจัดชุด และจัดให้กลุ่มที่ไม่ได้โควตาโดยตรงจาก สนง.สลากฯ ในราคาใบละกว่า 100 บาท (ตามแผนผังที่นำเสนอข้างบน) ในที่สุด ประชาชนที่ซื้อหาสลากตามปั๊มน้ำมัน ตลาด ตามแผงขาย ตรอก ซอกซอย ฯลฯ เกือบทั้งหมด จึงพบราคาเกินใบละ 80 บาททั้งนั้น
เงินส่วนเกินที่ว่านั้น มากกว่าพันล้านบาทต่องวด เงินส่วนนี้ไม่ได้ถูกจัดส่งเป็นรายได้แผ่นดินเลยแม้แต่บาทเดียว
เงินจำนวนนี้ อาจสูงพอๆ กับยอดเงินนำส่งรายได้แผ่นดินของ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยซ้ำ
4. สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลย่อมทราบ หรือควรทราบ... ว่าการจัดสรรสลากของ สนง.สลากฯ ในปัจจุบันที่มีโควตานั้น ปรากฏว่า มีนอมินี สวมสิทธิ ตามที่รัฐมนตรีคลัง เอกนิติ ยืนยันเองว่า ได้มีการตรวจสอบบัญชีบุคคลที่เข้าโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า มีกรณีถูกนำชื่อมารับสลากไปขาย มีเงินหมุนเวียน โดยเจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง
ช่องโหว่นี้ ทำให้สลากไปอยู่ในมือของ “กองสลากเงา” หรือกลุ่มอิทธิพลอำนาจ นำไปจัดสรร แสวงหา
ผลประโยชน์โดยมิชอบมหาศาล
ด้วยนี้ สนง.สลากฯ จึงต้องจัดระเบียบและตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิโควตาคนพิการและผู้ด้อยโอกาสอย่างโปร่งใส เพื่อทลายเส้นทางทางขบวนการผลประโยชน์สวมสิทธิ์
หากไม่ทำ ก็เท่ากับ เอื้อประโยชน์ให้ขบวนการนี้สูบกินผลประโยชน์จากประชาชนต่อไปเรื่อยๆ
5. ปัจจุบัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อุตส่าห์ขายสลากให้กับผู้ค้า มีส่วนลดเพื่อเป็นค่าดำเนินการ เพื่อให้สลากถึงมือประชาชน 80 บาท ตามราคาที่กฎหมายกำหนด โดยจัดสรรสลาก 106 ล้านใบต่องวด แบ่งเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่
(1) ระบบสลากแบบดิจิทัล ขายผ่านแอปเป๋าตัง 30 ล้านฉบับ - ขายให้ประชาชนโดยตรง ในราคา 80 บาท ทุกใบ นี่คือตัวอย่างช่องทางการจัดสรรที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ทำได้จริงๆ ไม่มีตัวกลาง-นายหน้า
(2) ระบบตัวแทน 31 ล้านฉบับ สำหรับตัวแทนส่วนกลาง/ภูมิภาค - ตัวแทนองค์กร/สมาคม/มูลนิธิคนพิการ/ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มนี้ จะได้รับจัดสรรจาก สนง.สลากฯ ในราคาถูกพิเศษ ต่ำกว่าทุกกลุ่ม คือ 68.80 บาทต่อใบ
เท่ากับว่า มีกำไรส่วนลดถึง 14% คิดเป็น 11.20 บาท
โดยจะต้องแบ่ง 1.60 บาทต่อใบ เป็นค่าบริหารจัดการของสมาคม ส่วนสมาชิก (เช่น คนพิการ คนตาบอด ฯลฯ) จะได้ส่วนต่าง 9.60 บาทต่อใบ
ปัจจุบัน มีสมาคมต่างๆ ที่ได้รับจัดสรร มีทั้งหมด รวมประมาณ 800 กว่าชื่อ
(3) ระบบซื้อ-จองล่วงหน้า 45 ล้านฉบับ สำหรับให้รายย่อยลงทะเบียนจองซื้อกันทุกงวด - ส่วนนี้ จะได้รับจัดสรรจาก สนง.สลากฯ ในราคา 70.40 บาทต่อใบ เท่ากับว่า มีกำไรส่วนลด 9.60 บาทต่อใบ
ส่วนนี้ มีจำนวนคนได้รับจัดสรรแต่ละงวดประมาณ 1.2 แสนรายชื่อ
ปัจจุบัน แอปเป๋าตังที่ขายสลาก 80 บาทอย่างโปร่งใส มีฐานคนใช้งานเพิ่มมากขึ้นรวมหลายสิบล้านคน เพราะฉะนั้น สามารถเพิ่มจำนวนขายสลากผ่านแอปเป๋าตังได้อีกมหาศาล อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนสลากแต่ละงวด ช่วยตัดปัญหานายหน้าและควบคุมราคาได้จริง
นอกจากนี้ หากต้องการช่วยคนพิการตัวจริงโดยตรง ภาครัฐยังมีฐานข้อมูลคนพิการ หรือแม้แต่เลขบัญชีการจ่ายเบี้ยคนพิการจากภาครัฐในแต่ละเดือน ที่สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อการแบ่งเงินจ่ายตรงช่วยเหลือคนพิการแต่ละรายโดยตรง โดยไม่ต้องกันโควตาสลากให้ผ่านสมาคมคนพิการแล้ว ก็ยังได้
แต่ทำไมสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังนิ่ง ไม่มีการขยับรื้อโควตา ตรวจสอบ หรือสะสางอะไรเลย?
6. โมเดลสะสางสลากแพง ยุครัฐบาลลุงตู่
พูดจริง ทำจริง... สมัยนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2565
ลงวันที่ 12 ม.ค. 2565 แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล
คณะกรรมการดังกล่าว เป็นการใช้ “คนนอก สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล” เข้ามาตรวจสอบ สะสาง แก้ปัญหาการจัดสรรสลากของ สนง.สลากฯ ที่มีปัญหา
โดยแบ่งเป็น 3 คณะอนุกรรมการ ได้แก่
คณะอนุฯ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล และคณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบฯ
คณะอนุฯ ศึกษาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา
และคณะอนุฯ สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์
คณะกรรมการฯ ดังกล่าว ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลงานเชิงประจักษ์และนำไปสู่การดำเนินมาตรการสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการขายลอตเตอรี่ในประเทศไทย
ผลงานชิ้นโบแดง ได้แก่ การผลักดันและกำเนิด “สลากดิจิทัล” ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
โดยคณะกรรมการฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและธนาคารกรุงไทย พัฒนาช่องทาง
การขาย “สลากดิจิทัล” (สลาก L6) ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นมาสำเร็จ ทำให้ประชาชนชาวไทยสามารถกดซื้อลอตเตอรี่ในราคา 80 บาทได้จริง เป็นครั้งแรก ในปริมาณมากไม่มีค่าบริการ ปลอดภัย และช่วยตัดวงจรการโก่งราคาของยี่ปั๊วได้อย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังมีการปราบแพลตฟอร์มเอกชนออนไลน์ที่นำสลากไปกว้านซื้อปั่นราคา นำไปสแกนขายบนเว็บไซต์ตัวเองแล้วบวกค่าบริการเพิ่มจนเกินราคา 80 บาท ฯลฯ
แต่มาถึงปัจจุบัน สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล กลับนิ่งเฉย รู้ทั้งรู้ว่ามีปัญหานอมินีในการรับจัดสรรโควตา
รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ไม่ควรละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ควรต้องปกป้องประชาชนที่ถูกขูดรีดจากสลากราคาแพง ขุดรากถอนโคนขบวนการ “กองสลากเงา”
ควรพิจารณาใช้โมเดลแก้สลากแพงยุครัฐบาลลุงตู่ นำมาขับเคลื่อน “พลัส” เพื่อสะสางอย่างสุดซอย
สลาก 80 บาทยุคนายกฯอนุทิน จะเป็นผลงานที่น่าจดจำ ว่ารัฐบาลภูมิใจไทยไม่ได้นิ่งดูดายต่อกลุ่ม
ผลประโยชน์ “กองสลากเงา” ไม่ปล่อยให้ขี่คอ กอบโกยผลประโยชน์ในเงามืด ปีละหลายหมื่นล้านบาทต่อไป
สันติสุข มะโรงศรี

