คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

เช็คเรตติ้ง‘รัฐบาลอนุทิน’
เมื่อเช้าวันที่ 20 กันยายนวานนี้ ขณะที่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้บินลัดฟ้าจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษ เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 21-24 กันยายน 2569 ปรากฏว่าข้างหลังที่เมืองไทย เสียงเจี๊ยวจ๊าวเกี่ยวกับ“คดีฮั้วเลือก สว.”ก็ยังดังอื้ออึง แม้ว่า กกต.จะมีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าว 77 คนไปแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ก็เพราะมติเสียงส่วนใหญ่ของ กกต.“ไม่ถูกใจ” ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย รวมทั้ง“สว.สายสีน้ำเงิน”
การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ควงภริยา คือนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ไปด้วย
พร้อมกับรัฐมนตรีและภาคเอกชน อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพารณิชย์, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีกำหนดการอยู่ในต่างประเทศรวมทั้งหมด 7 วัน ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569
คืนแรกเมื่อวานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา และคณะชุดใหญ่ ได้นอนค้างคืนที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และวันนี้ 21 กันยายน บินต่อจากญี่ปุ่นไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติฯ หรือ “UNGA81” จากนั้นจะปิดทริปการเดินทางโดยแวะกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 25 - 26 กันยายน 2569 ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย
การเยือนทั้ง 3 ประเทศของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมด้วยภริยา และคณะชุดใหญ่ครั้งนี้ รัฐบาลวาดหวังว่า จะเป็นโอกาสในการใช้เวทีระหว่างประเทศสื่อสารจุดยืนของไทย ควบคู่กับการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน และรายได้ให้แก่ประเทศจากการที่ได้พบหารือกับผู้นำและผู้บริหารองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนการหารือกับภาคการเงินนักลงทุน และภาคเอกชนในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม การควงภริยาเดินทางไปประชุมต่างประเทศในฐานะผู้นำรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งแทบจะทุกครั้งนั้น หากย้อนดูในอดีต เช่น สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ไม่เคยปรากฏให้เห็นว่าได้มีการ“พาคู่สมรส”ติดตามไปด้วย เว้นแต่การเยือนอย่างเป็นทางการ หรือ “Official Visit”เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีในโอกาสที่รับตำแหน่งใหม่เท่านั้น ที่ปรากฏให้เห็นน้อยมาก
แต่สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น นับตั้งแต่สมัย “รัฐบาลอนุทิน 1” หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกันยายน 2568 จนมาถึง“รัฐบาลอนุทิน 2”ในสมัยนี้จะเห็นเป็นข่าวว่า นายอนุทิน ควงคู่ภริยา “จ๋า-ธนนนท์” บินไปร่วมงานที่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2568 ซึ่งมีแขกพิเศษคือ“ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ของสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมด้วย และหลังจากนั้นก็ต่อด้วยการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจของเอเปก ครั้งที่ 32 หรือ “APEC CEO Summit”ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2568
ล่าสุด ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เพิ่งจะควงภริยาไปเยือนนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม 2569 ก่อนเดินทางต่อไปยังนครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน
กลับมาดูความเคลื่อนไหวในบ้านเรา ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมภริยา และคณะชุดใหญ่บินลัดฟ้าไปต่างประเทศ เมื่อวันที่ 20 กันยายนวานนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็ได้เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “มติ กกต.”เกี่ยวกับคดี “ฮั้วเลือกสว.” ซึ่งภาพโดยสรุปถือว่าไม่เป็นผลในทางลบต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย
เพราะผลการสำรวจของ“นิด้าโพล” ที่ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับมติ กกต.ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา 77 คน พบว่า พบว่าร้อยละ 34.27 ระบุว่า ไม่เคยคาดการณ์อะไรเลย รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ตรงตามที่คาดการณ์ไว้มาก ร้อยละ 17.86 ระบุว่า ไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้เลย ร้อยละ 15.50 ระบุว่า ค่อนข้างตรงตามที่คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 10.84 ระบุว่า ไม่ค่อยตรงตามที่คาดการณ์ไว้ และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
ด้านความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว.พบว่า ร้อยละ 35.34 ระบุว่า ไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 30.46 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 15.04 ระบุว่า กังวลมาก
และท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะต้องเผชิญศึกหนักทางการเมือง และหรือกระบวนการทางกฎหมาย ภายหลัง กกต. มีมติเสียงส่วนใหญ่เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดย“ไม่ถูกใจ”ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 35.57 ระบุว่า กกต. ชุดปัจจุบัน, รองลงมา ร้อยละ 31.53 ระบุว่าเป็นนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี, ร้อยละ 25.42 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด, ร้อยละ 15.88 ระบุว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่จะถูกสั่งฟ้อง จำนวน 77 คน, ร้อยละ 13.97 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย, ร้อยละ 13.66 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ และร้อยละ 8.24 ระบุว่า กลุ่ม สว. จำนวน 26 คนที่จะถูกสั่งฟ้อง
ขณะที่ร้อยละ 7.86 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้าน, ร้อยละ 6.64 ระบุว่าเป็น กลุ่ม สว. ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง ร้อยละ 4.58 ระบุว่าเป็นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และร้อยละ 2.14 ระบุว่าเป็นนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไอลอว์
วันที่ 25 กันยายนนี้ ต้องจับตาดูว่า “ม็อบรวมพลังแผ่นดินครั้งที่ 3” เรื่อง“ฮั้วเลือก สว.” โดยมี คปท. เป็นทัพหลัก ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน กกต. จะจุดติดหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

