คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘พรรคส้ม’แพ้รัฐบาลตั้งแต่ยังไม่รบ
เห็นการทำงานการเมืองของ สส.พรรรคส้มแล้ว เหมือนพวกแมลงหวี่แมลงวัน ได้แต่บินตอมอย่างเดียวไม่มีอะไรเกิดขึ้น และก็บินวนเวียนจนน่ารำคาญ ซึ่งถ้านั่งพินิจอย่างละเอียด ก็ยังเห็นด้วยว่า สส.ของพรรคส้มส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมคล้ายเด็กที่ยังไม่โต ชนิดที่จุกจิกจุ๊กจิ๊กไปเรื่อย
ยกมาให้เห็นรายแรกในช่วงนี้ ก็คือ“ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นทั้งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์ 2 ของพรรคประชาชน มิหนำซ้ำยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ“ครม.เงา”ของพรรคประชาชนอีกด้วย
“ไหม-ศิริกัญญา”ตกเป็นข่าว“เมาท์มอย”ให้สื่อนำมาเสนอขายเป็น“ประเด็นร้อน” จากกรณีทีไปแขวะพาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เวลานี้กำลัง“ออนทัวร์”อยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ระหว่างวันที่ 21-24 กันยายน 2569
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์ 2 ของพรรคประชาชน และเป็น สส.พรรคส้มสมัยที่ 3 นามว่า“ไหม-ศิริกัญญา”วัย 45 ปี ผู้นี้ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อค่ำวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาพร้อมภาพประกอบ ซึ่งเป็นบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ“Anutin Charnvirakul”ที่ได้แชร์โพสต์จากเพจ “Ringsideการเมือง” และมีข้อความว่า “ไทยช่วยไทย พลัส’ กำลังเปลี่ยนจากมาตรการช่วยค่าครองชีพประชาชน กลายเป็นสมรภูมิการเมืองเต็มรูปแบบ..." นอกจากนี้ ภายในภาพกราฟิกประกอบโพสต์ยังมีรูปใบหน้าของ“ไหม-ศิริกัญญา”อยู่ด้วย โดยมีข้อความว่า“การเมืองเล่นแรง ขวาง‘ไทยช่วยไทย พลัส’ สกัดแต้มไหลเข้ารัฐบาล”
ในโพสต์นี้ของ“ไหม-ศิริกัญญา” ได้เขียนข้อความพร้อมภาพประกอบดังที่กล่าวไว้อย่างนี้ “ขยันเล่นเฟซ. อ่านทุกโพสต์ แต่ไม่อ่านกฎหมายก่อนเซ็นต์ ถ้าว่างขนาดนี้ รบกวนมาตอบกระทู้ที่สภาให้เป็นบุญตาหน่อยค่ะ” ซึ่งบุคคลที่“ไหม-ศิริกัญญา”ละไว้โดยไม่เอ่ยชื่อว่า“ขยันเล่นเฟซ.”และให้มาตอบกระทู้ที่สภาฯนั้น หมายถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคำว่า”เซ็นต์” คำที่ถูกต้องคือ “เซ็น” มีความหมายว่าเซ็นเอกสารหรือเซ็นชื่อ ซึ่ง“ไหม-ศิริกัญญา”ก็ยังเขียนผิดอีกด้วย
“ไหม-ศิริกัญญา”นักศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เขียนโพสต์แบบนี้ จึงเจอคนที่เก๋ากว่าอย่าง“อนุทิน ชาญวีรกูล”วัย 60 ปี ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงไม่ใช่เป็นแค่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเหมือน“ไหม-ศิริกัญญา”สวนกลับทันที
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งยังอยู่ที่นิวยอร์ก ได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวเข้าไปคอมเมนต์ตอบกลับข้อความของ“ไหม-ศิริกัญญา” เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาในบ้านเราด้วยประโยคสั้นๆ ไม่ได้ระบุชื่อใครทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก“มติชนออนไลน์”ซึ่งได้นำโพสต์ของ“ไหม-ศิริกัญญา”พร้อมภาพประกอบมารายงานเป็นข่าวอีกทอดหนึ่งว่า “รอให้บุญถึงก่อนนะครับ”
สส.พรรรคส้มอีกรายหนึ่ง นอกจาก“ไหม-ศิริกัญญา” ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายเด็กที่ยังไม่โต คือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ“ไอติม”สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้“ผลักมิตรให้เป็นศัตรู” ในกรณีพรรคกล้าธรรมได้ลงมติสวนกับพรรคฝ่ายค้าน จากการลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา
“ไอติม-พริษฐ์”ซึ่งหมกมุ่นอยู่กับเรื่อง“ฮั้วเลือก สว.” และ“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาโดยกล่าวถึงการลงมติสวนทางพรรคร่วมฝ่ายค้านของพรรคกล้าธรรมว่า
“ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน”
และจากการหารือดังกล่าว ซึ่งถ้าจะว่าไปก็คือ“ไอติม”คิดจะ“ปลด”พรรคกล้าธรรมซึ่งมีข่าวว่าจะไปเข้าร่วมรัฐบาลออกจากการเป็น“วิปฝ้ายค้าน” ก็เลยทำให้พรรคกล้าธรรมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยได้ถอนตัวออกจาก“วิปฝ่ายค้าน” ก่อนที่“ไอติม-พริษฐ์”จะนำเรื่องไปเสนอต่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพื่อปลดพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าย และนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ประกอบด้วย 5 พรรค คือ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี และพรรคเสรีรวมไทย
ถ้าใครที่ไม่ใช่พรรคกล้าธรรม เจอสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องถอนตัวออกจากวิปฝ่ายค้านทันทีเช่นกัน เพราะ“ไอติม-พริษฐ์”ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กตำหนิพรรคกล้าธรรม ไว้ 2 ประการว่า ”1.ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ ‘ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง’ ตามมติของแต่ละพรรค) 2.ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้”
ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง พรรคกล้าธรรมซึ่งมี สส.อยู่ในมือ 58 เสียง ได้แถลงไว้ก่อนหน้าแล้วว่า พรรคกล้าธรรมมีมติให้ สส.ของพรรคโหวตเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาล ด้วยพิจารณาเห็นว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน
สรุป ก็คือ ด้วยความ“เป็นเด็ก”ของ สส.พรรคส้ม ที่อ่อนด้อยประสบการณ์ในทุกด้าน โดยใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ไม่ยอมรักษาไมตรี แต่อยากจะ“ทำงานใหญ่” ซึ่งตามตำรายุทธ์นั้น ถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะแทนที่จะ“ทำให้ศัตรูแตกกัน” กลับกลายเป็นว่า“ผลักมิตรให้เป็นศัตรู”
ดังนั้น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน โดยมีเป้าอยู่ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ภายในช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจากเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลืออยู่เพียง 5 พรรคจำนวน 149 เสียง คือ พรรคประชาชน 120 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคไทยภักดี 1 เสียง และพรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง นั้น จะเอาเสียงที่ไหนไปคว่ำรัฐบาลนายอนุทิน
เพราะยังไม่ทันรบรัฐบาลก็ชนะแล้ว คือ“ชนะโดยไม่ต้องรบ” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

